อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

ดอกเบี้ยทั่วโลกขาลงหนุนทองคำพุ่ง คาดแตะ2.5หมื่น

“จิติพล” เผยธนาคารกลางโลกใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำพยุงเศรษฐกิจ  หนุนราคาทองคำดีดปรับตัวขึ้น เหตุนักลงทุนหันมาพักเงินในทองคำเพิ่ม คาดปีนี้ราคาต่างประเทศขึ้นไปแตะ 1,666 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ดันราคาทองแท่งพุ่ง 25,000 บาท   พุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.10 น.


ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์  หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดการเงินและการลงทุน  บล. ไทยพาณิชย์  เปิดเผยว่า  ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นนับจากปลายปี 55 จนถึงปัจจุบัน  เนื่องจากมุมมองดอกเบี้ยทั่วโลกที่ปรับตัวลง  แม้ช่วงนี้ธนาคารกลางใหญ่ของโลกจะยังไม่ลดดอกเบี้ย แต่ก็ดูจะมีโอกาสลดดอกเบี้ยมากขึ้นทั้งหมด เช่น  ธนาคารกลางสหรัฐหรือ เฟดที่ตลาดมองว่าต้องลดดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งในเดือนก.ย.นี้  ขณะที่ญี่ปุ่นและยุโรปก็อาจต้องกลับลดดอกเบี้ยภายในปีนี้เช่นกัน ส่งผลให้นักลงทุนต้องหาสินทรัพย์อื่น ๆ มาเป็นทางเลือก

“ ตลาดที่ปิดรับความเสี่ยง เป็นประเด็นที่ทำให้นักลงทุนไม่กล้ากลับเข้าลงทุนในหุ้น ขณะเดียวกันเมื่อยีลด์ลงต่ำก็แปลว่าราคาพันธบัตรหรือบอนด์กำลังแพง จึงทำให้นักลงทุนย้ายมาพักเงินไปที่ทองมากขึ้นเช่นกัน โดยแนวแนวโน้มราคาทองระยะสั้นราคาที่ปรับตัวขึ้นเร็วจะเจอกับแรงขายทำกำไรบ้าง”

ด้านราคาทองคำต่างประเทศคาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 1,525 – 1,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปก่อน แต่ในระยะยาวเชื่อว่าถ้าธนาคารกลางใหญ่ของโลกกลับมาลดดอกเบี้ยจริง พร้อมกับความเสี่ยงการเมืองสหรัฐที่สูงขึ้นช่วงปลายปี น่าจะยังเป็นแรงส่งให้ทองคำไม่ปรับตัวลงง่ายๆ จึงยังมองเป้าหมายเดิมที่ 1,666 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (+10% จากปลายปี 62) ในสิ้นปีนี้

สำหรับนักลงทุนไทย ราคาปัจจุบันถือว่าได้แรงหนุนสองทางทั้งจากค่าเงินบาทที่อ่อน และราคาทองคำที่คาดาว่าจะปรับตัวสูงขึ้น  ดังนั้นนักลงทุนในตลาดหุ้นสามารถปรับเพิ่มการถือทองคำแทนได้ เนื่องจากมีความผันผวนใกล้เคียงกัน  9-12% แต่ต้องระวังว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ทั่วโลกใช้ในการเก็งกำไรเป็นหลัก จึงไม่ควรมีการถึงครองเกิน 15% ของพอร์ต  ส่วนราคาในประเทศส่วนของราคาทองคำแท่งในประเทศถ้าเข้าใกล้ระดับ 25,000 บาท จะมีแรงขายมากขึ้น  โดยเป้าหมายปลายปีอยู่ที่ 25,500 บาท กรอบทั้งปีอยู่ที่  22,000-27,000 บาท เพราะคาดว่าเงินบาทจะแข็งค่ากลับลงมาด้วย

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%