อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563

'ดร.สถิตย์'แนะพิธีสาร ช่วยระงับพิพาทเศรษฐกิจอาเซียน

“ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์” สมาชิกวุฒิสภา เสนอกระชับบทบาทสำนักงานเลขาธิการอาเซียน เพื่อรองรับกลไกการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน เสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13.27 น.

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ประชุมร่วมรัฐสภา วาระพิธีสารว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน (ASEAN Protocol on Enhanced Dispute Settlement Mechanism) ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เปิดเผยว่า ในเดือนกันยายน 2562 คณะรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นชอบพิธีสารว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ลงนามพิธีสารฯ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และประเทศสมาชิกอาเซียนได้ร่วมลงนามพิธีสารฯนี้แล้ว เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 35

พิธีสารฯนี้เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคม หรือการค้าหรือการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวาง ตามมาตรา 178 วรรคสอง และเกี่ยวกับการค้าเสรี ตามมาตรา 178 วรรคสามของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2560 ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ก่อนการแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน และกลไกการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนฉบับที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่จูงใจให้ประเทศสมาชิกมาใช้กลไกดังกล่าว แต่ยังใช้กลไกระงับข้อพิพาทขององค์กรการค้าโลก(WTO)อยู่ จึงได้มีการปรับปรุงและเสนอพิธีสารฉบับนี้ซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญบางประการดังนี้

ข้อ 9 กำหนดให้คณะผู้พิจารณา ต้องปรึกษาหารือกับประเทศคู่พิพาทอย่างสม่ำเสมอ และให้โอกาสแก่ประเทศคู่พิพาทในการหาข้อยุติร่วมกัน

ข้อ 10 การปรับปรุงขั้นตอน กระบวนการ และระยะเวลาในการพิจารณาคดีและการปฏิบัติ ตามคำตัดสิน ให้ชัดเจนขึ้น

ข้อ 19 กำหนดให้สามารถใช้การอนุญาโตตุลาการในฐานะกลไกระงับข้อพิพาททางเลือกได้

ข้อ 21 กำหนดกรอบเวลาสูงสุดของกระบวนการทั้งหมด ทำให้มีความชัดเจนของระยะเวลาในการระงับข้อพิพาท

การดำเนินการด้านพิธีสารว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนนี้ สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่างประเทศ พ.ศ.2561 – 2580 โดยมีแผนย่อยที่เกี่ยวข้องคือ
แผนย่อยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับมิตรประเทศทั่วโลก

แผนย่อยการพัฒนาที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศ มุ่งส่งเสริมศักยภาพหน่วยงานไทยและคนไทย และยกระดับมาตรฐานการพัฒนาภายในประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศ

แผนย่อยการส่งเสริมสถานะและบทบาทของประเทศไทยในประชาคมโลก มุ่งสร้างเกียรติภูมิและอำนาจต่อรอง โดยเน้นการต่างประเทศที่ใช้อำนาจแบบนุ่มนวลอย่างเป็นระบบ การดาเนินนโยบายที่ส่งเสริมสถานะของไทยในเวทีโลก การส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี

การสนับสนุนพิธีสารฯนี้แสดงถึงความเป็นผู้นำของไทยในอาเซียนและเป็นการสร้างความร่วมมือภายในอาเซียนให้แข็งแกร่งมากขึ้น ภายใต้แนวคิดหลักในการเป็นประธานอาเซียนคือ “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ในการผลักดันและส่งเสริมประเด็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งอาเซียนและไทย การสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนในการค้าระหว่างประเทศ
พิธีสารฯนี้ช่วยให้กระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากพิธีสารฯ นี้ได้มีการปรับปรุงขั้นตอน กระบวนการ และระยะเวลาในการพิจารณาคดีให้มีความเหมาะสมและชัดเจน นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ เนื่องจากพิธีสารฯ นี้ได้ครอบคลุมถึงกระบวนการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก ดังนั้น เมื่อประเทศสมาชิกรวมทั้งไทยเห็นว่าการดำเนินการใดๆ ไม่สอดคล้องกับความตกลง หรือถูกกระทบสิทธิเนื่องจากสมาชิกอื่นใช้มาตรการที่ขัดต่อความตกลง ก็สามารถใช้สิทธิระงับข้อพิพาทได้

ทั้งนี้พิธีสารฯ นี้ให้โอกาสประเทศสมาชิกระงับข้อพิพาทระหว่างกันในเบื้องต้นก่อน และยังกำหนดให้สามารถใช้การอนุญาโตตุลาการในฐานะกลไกระงับข้อพิพาททางเลือกได้ พร้อมเสริมการค้าการและลงทุนในภูมิภาคอาเซียน และเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจไทยในภาพรวม เพราะพิธีสารฯ นี้ จะทำหน้าที่เสริมสร้างกลไกระงับข้อพิพาททางการค้าของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการปรับปรุงในครั้งนี้ได้สร้างความชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรมในหลักการพื้นฐานด้านกฎระเบียบของอาเซียนที่ทุกประเทศต้องปฏิบัติร่วมกัน และยังกำหนดให้สำนักงานเลขาธิการอาเซียนปรับปรุงเพิ่มเติมบทบาทหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก กระบวนการตามพิธีสารฯให้เพียงพอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประเทศสมาชิกมากขึ้น

ดร.สถิตย์ กล่าวต่อว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสร้างนักกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการระงับข้อพิพาทฯ ในกรณีที่มีปัญหาข้อพิพาทจะได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเตรียมพร้อมให้คำแนะนำในการระงับข้อพิพาทได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความรู้กับภาคเอกชนและประชาชนที่เกี่ยวข้องในเนื้อหาของพิธีสารฯ ฉบับนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทหากมีความจำเป็น และการปรับปรุงพิธีสารฯ ฉบับนี้เป็นการเน้นย้ำการใช้หลักยึดถือกฎเกณฑ์ (Rule – based community) ของอาเซียน ซึ่งทำให้พิธีสารฯ ฉบับนี้มีความชัดเจนและเชื่อถือได้ในการระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%