อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

ตลท.ปรับโครงสร้างใหม่ มีผล 16 มี.ค.นี้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับโครงสร้างองค์กร หนุนทำงานร่วมพันธมิตรและตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม เพิ่มศักยภาพ ขับเคลื่อนการเติบโต คาดมีผลตั้งแต่ 16 มี.ค.63 นี้ พฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 19.00 น.


นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีมติอนุมัติให้ปรับโครงสร้างการทำงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรที่มุ่งเน้นความสำคัญใน 3 ด้าน ได้แก่ ลูกค้าและพันธมิตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน และการยกระดับประสิทธิภาพ

เพื่อเป้าหมายในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของตลาดทุนไทยในยุคดิจิทัล โดยมุ่งทำงานร่วมกับพันธมิตรในการสร้างการเติบโตไปพร้อมกันทุกภาคส่วน ภายใต้วิสัยทัศน์ “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” พร้อมมอบหมายหน้าที่แก่ผู้บริหารระดับสูง มีผลตั้งแต่ 16 มีนาคม 2663 เป็นต้นไป
 
โครงสร้างองค์กรที่ถูกออกแบบใหม่ มุ่งเน้นที่ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ซึ่งทีมผู้บริหารและพนักงานในทุกสายงานจะร่วมกันพัฒนาการทำงานเพื่อดูแลลูกค้าตลอดทั้งกระบวนการ โดยแบ่งงานออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้าน Customers ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลลูกค้า ทั้งบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนบุคคล และผู้ร่วมตลาดอื่น ๆ ด้าน
 Products & Services ประกอบด้วยหน่วยงานที่ทำหน้าที่ออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดรับความต้องการของลูกค้าโดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่ดูแลลูกค้า ด้าน Share Services ครอบคลุมหน่วยงานสนับสนุนที่ทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อบรรลุถึงเป้าหมายขององค์กร
 
“การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้จะเอื้อให้เกิดการทำงานในรูปแบบ End-to-End Process ที่ต่อเชื่อมกันตลอดกระบวนการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานกับพันธมิตรและตอบโจทย์การบริการลูกค้า ขยายโอกาสการทำธุรกิจแบบใหม่ ๆ ที่ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากขึ้น อย่างทันท่วงที ขับเคลื่อนตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มศักยภาพเพื่อรองรับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นภายใต้บริบทใหม่ตลาดทุน และขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมการสร้างบุคลากรและเตรียมความพร้อมสำหรับผู้นำรุ่นใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ”
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%