อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

โควิดถล่มหุ้นโลกไม่หยุด! จับตากนง.หั่นดอกเบี้ยเพิ่ม(คลิป)

ผงะ!ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดทะลุ 2 แสน ยุโรปพุ่งแซงจีน ฉุดหุ้นไทย-หุ้นโลกร่วงไม่หยุด หลายประเทศงัดมาตรการการเงิน-การคลังฝ่าวิกฤติ  จับตากนง.หั่นดอกเบี้ยเพิ่ม ลุ้นครม.อัดเม็ดเงินอุ้มเศรษฐกิจ หวังเอสเอสเอฟพยุงตลาดเม.ย. อาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2563 เวลา 18.20 น.

 
นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล. เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาผันผวนมากเป็นผลมาจากไวรัสโควิดที่ลุกลามบานปลายไปยังหลายประเทศทั่วโลก และมีผู้ติดเชื้อเกิน 200,000 ราย โดยเฉพาะยุโรปพุ่งขึ้นแซงจีนทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดีมากนัก ขณะเดียวกันในหลายประเทศได้ออกมาตรการต่าง ๆ เข้ามาพยุงเศรษฐกิจ เริ่มต้นจากธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดได้ประชุมฉุกเฉินปรับลดดอกเบี้ยลง 1% ทำให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.25% พร้อมอัดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอีเข้าสู่ระบบวงเงิน 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ 

นอกจากนี้ได้อัดเม็ดเงินเพิ่มเติมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีก 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมแจกเงินให้ประชาชนรายละ 1,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศอื่นได้ปรับลดดอกเบี้ยตามเฟด ทั้งอังกฤษ เกาหลีใต้ และฮ่องกง



สำหรับในสัปดาห์หน้ามีปัจจัยที่ต้องติดตามใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ หลังจากที่กนง.ประชุมฉุกเฉินวันที่ 20 มี.ค.ปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% จากระดับ 1% มาอยู่ 0.75 % มีผลวันที่ 23 มี.ค. ขณะเดียวกันตลาดคาดการณ์ว่ากนง.มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.นี้ได้ถึง 0.5% ดังนั้นในรอบนี้ถ้ากนง.คงดอกเบี้ยอยู่ถือว่าเป็นความเสี่ยงต่อตลาดให้ย่อตัวลงอีกรอบ  แต่ถ้าปรับลงถือว่าเป็น sentiment ที่ดีต่อตลาด

2.กองทุนพยุงหุ้น คาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอครม.ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ มูลค่า 1 แสนล้านบาท และหากครม.เห็นชอบจะมีการนำหน่วยลงทุนออกขายให้กับสถาบันและนักลงทุนรายย่อยในอีก 20-30 วันข้างหน้า ดังนั้นในเดือนเม.ย.อาจมีทั้งกองทุนพยุงหุ้น และ กองทุนรวมเพื่อการออม หรือเอสเอสเอฟใหม่ (ก่อนหน้านี้ครม.อนุมัติให้สามารถลงทุนในหุ้นได้ 65% เป็นเวลา 10 ปี และนำมาหักภาษีได้เพิ่ม 400,000 บาท หากซื้อในเดือนเม.ย.-มิ.ย.63 ) เข้ามาช่วยพยุงตลาดในช่วงเดือนเม.ย.นี้ 



3. การแพร่ระบาดไวรัสโควิดจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะถ้าลามไปมากกว่านี้จะทำให้การดำเนินงานของภาคธุรกิจในไทยเกิดหยุดชะงักมากขึ้น และถ้าบานปลายจะทำให้กำไรของบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสที่ถูกปรับประมาณการณ์ลง  ด้านกลยุทธ์การลงทุนขอให้แบ่งเงินเป็น 2 ส่วน

โดยส่วนแรกให้ถือเงินสดไว้ และอีกส่วนหนึ่งให้ทยอยลงทุนหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง ปันผลสูง และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ส่วนหุ้นที่หลีกเลี่ยงช่วงสั้นเป็นหุ้นโรงแรม โรงภาพยนตร์ และห้างสรรพสินค้า แต่ถ้าโควิดคลี่คลายแนะนำให้กลับเข้าทยอยสะสมใหม่

สำหรับดัชนีตลาดหุ้นกรอบการเคลื่อนไหวไร้ทิศทางถ้าโควิดบานปลาย คาดว่าจะผันผวน ประเมินแนวรับ 942 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,200 จุด ซึ่งอยากให้นักลงทุนอดทนกันอีกนิดหนึ่ง เพราะประเด็นโควิดเป็นโรคภัยไข้เจ็บ แม้จะเห็นว่าลุกลามและเกิดความกังวลกันมาก แต่หลายประเทศสถานการณ์ดีขึ้น เช่น จีน เริ่มควบคุมสถานการณ์ได้ดี รวมถึงจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นได้เปิดเมืองแล้วจึงเชื่อว่าไทยหากคุมทุกอย่างได้เหมือนประเทศอื่นดัชนีมีโอกาสฟื้นปรับตัวขึ้นมาได้

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20