อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

ลูกค้ากรุงศรีออโต้1.66แสนราย ขอพักหนี้-ลดวงเงินผ่อน

กรุงศรีออโต้เปิดให้ลูกค้าท่องเที่ยว-โรงแรมยื่นขอพักชำระหนี้-ปรับลดเงินผ่อนค่างวด เผยยอดผู้ขอยื่นเดือนก.พ.ทะลุ 1.66 แสนราย พร้อมเพิ่มคู่สายโทรศัพท์-เจ้าหน้าที่รองรับเกือบ 100 คน ศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2563 เวลา 11.00 น.


นางกฤติยา ศรีสนิท ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา  หรือกรุงศรีออโต้ เปิดเผยว่า   ได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าสินเชื่อยานยนต์ทุกประเภทที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา โดยให้พักชำระหนี้ได้สูงสุด 6 เดือน และปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวดลง

โดยจะพิจารณาตามสภาพปัญหาและความเดือดร้อน เพื่อร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในแต่ละราย สำหรับลูกค้าในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม โดยสามารถแจ้งความประสงค์ตามเงื่อนไขที่กรุงศรี ออโต้ กำหนด ได้ทันที ทั้งนี้ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้ดำเนินการรับเรื่องเพื่อพิจารณาไปแล้วกว่า 166,000 ราย

“จากมาตรการของรัฐบาลที่ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ต้องชะลอลงไปด้วย กรุงศรี ออโต้ จึงได้ขยายความช่วยเหลือลูกค้าที่สอดคล้องกับมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย ครอบคลุมลูกค้าในกลุ่มธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง โดยจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบตามสภาพการณ์และความจำเป็นเป็นรายกรณีต่อไป” นางกฤติยา กล่าว  

นอกจากนี้ กรุงศรี ออโต้ ยังได้เตรียมความพร้อมด้านระบบให้รองรับการช่วยเหลือลูกค้าอย่างทันท่วงที  ทั้งในส่วนของ Krungsri Auto Call Center ซึ่งได้เพิ่มคู่สายโทรศัพท์ เพิ่มเจ้าหน้าที่ เกือบ 100 คน และปรับปรุงกระบวนการทำงานภายใน ให้สั้น กระชับ และยืดหยุ่นมากที่สุด เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงในส่วนของสาขากรุงศรี ออโต้ ทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ ให้คำปรึกษาและให้บริการแก่ลูกค้าทุกรายทันที

ทั้งนี้ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือแจ้งความประสงค์ได้ที่ Krungsri Auto Call Center 02-740-7400 กด 3 หรือ กด 5 และสาขากรุงศรี ออโต้ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

บอกต่อ : 71