อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

คลังมั่นใจเว็บไซต์ไม่มีล่ม! ระบบรับได้3.4ล้านคนต่อนาที

“ชาญกฤช” เผยรัฐพร้อมลงทะเบียนออนไลน์รับ 5,000 บาท มั่นใจไม่ล่ม! วางระบบรับการทำรายการได้ถึง 3.48 ล้านคนต่อนาที พร้อมใช้เอไอคุมเข้มสวมสิทธิ์ เสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563 เวลา 13.50 น.


วันที่ 28 มี.ค.63 นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) เปิดเผยว่า เว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่ใช้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รายละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน มีความพร้อมที่จะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันนี้ (28 มี.ค.63) เป็นต้นไป ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ทุกช่วงเวลา

เนื่องจากเปิดตลอด 24 ชั่วโมง จึงไม่จำเป็นต้องแห่มาลงทะเบียนตั้งแต่วันแรก เพราะยังมีเวลาให้ทุกคนเตรียมข้อมูลส่วนตัว โดยระบบสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ถึง 58,000 รายการในเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นจำนวน 3.48 ล้านคนต่อนาที

ทั้งนี้คาดว่าระบบจะสามารถรองรับจำนวนประชาชนที่ต้องการเข้ามาลงทะเบียนออนไลน์ได้แบบไร้กังวล และขอย้ำให้ผู้ลงทะเบียนควรใช้โทรศัพท์มือถือประจำตัวที่สามารถติดต่อสื่อสารถึงผู้ใช้สิทธิ์ เพื่อระบบจะได้แจ้งผลการลงทะเบียนและสิทธิ์ตามมาตรการตอบกลับมายังผู้ลงทะเบียนผ่านทางข้อความเอสเอ็มเอสเมื่อลงทะเบียนแล้ว

ระบบพร้อมจ่ายเงินเยียวยาเข้าบัญชีเร็วสุดภายใน 7 วันทำการ โดยจะโอนเงินให้บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน ผ่านบัญชีธนาคารที่มีชื่อและนามสกุลเจ้าของบัญชีตรงกับชื่อและนามสกุลนำมาลงทะเบียน

“มาตรการรับเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะให้สิทธิ์เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้เท่านั้น คือผู้ลงทะเบียนต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นผู้ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม เป็นแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ให้เตรียมหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลประกอบอาชีพ ข้อมูลนายจ้าง โดยกระทรวงการคลังอยากให้คนเดือนร้อนจริงๆ เข้ามาลงทะเบียน”
 
สำหรับระบบคัดกรองคุณสมบัติผู้ที่ได้สิทธิ์รับเงินเยี่ยวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน พฤษภาคม และ มิถุนายน โดยทางธนาคารกรุงไทยนำระบบเอไอ หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาใช้ในการคัดกรองคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน ซึ่งมีความถูกต้องแม่นยำสูง

โดยทางกระทรวงการคลังมั่นใจว่าจะช่วยลดปัญหาและป้องกันการสวมสิทธิ์จากพวกมิจฉาชีพได้ ทั้งนี้ หากมีผู้ลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติมากกว่า 3 ล้านคนจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ กระทรวงการคลังพร้อมจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจากเดิมที่เสนอไว้ 45,000 ล้านบาท

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

บอกต่อ : 14