อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

"ขนส่งฯ"ระงับเดินรถสาธารณะ 4จว.ภาคใต้เริ่ม30มี.ค.

กรมการขนส่งทางบก ระงับการเดินรถโดยสารสาธารณะใน 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และภูเก็ต ตั้งแต่ 30 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19). จันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563 เวลา 20.12 น.


เมื่อวันที่ 30 มี.ค.  นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ะบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประกอบกับจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และภูเก็ต พบการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยอย่างรวดเร็วและได้ออกคำสั่งหรือประกาศให้ระงับการเดินทางเข้า-ออก ข้ามเขตพื้นที่จังหวัดแล้ว

กรมการขนส่งทางบกจึงออกคำสั่ง ระงับการเดินรถโดยสารสาธารณะเป็นการชั่วคราวในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากจังหวัดหรือกรมการขนส่งทางบก


 
เพื่อเป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคไปสู่ประชาชนวงกว้าง สำหรับเส้นทางที่ต้องระงับ ประกอบด้วย เส้นทางเดินรถหมวด 2 (กรุงเทพ-ต่างจังหวัด) และหมวด 3 (ระหว่างจังหวัด) รวมถึงรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถเช่าเหมา) ที่มีต้นทางหรือปลายทาง หรือผ่านข้ามเขตพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และภูเก็ต ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่สำรองการเดินทางไว้แล้วให้ติดต่อบริษัทผู้ประกอบการขนส่งผู้ให้บริการโดยตรง
 
อธิบดีกรมการขนส่งฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการให้บริการรถโดยสารในเส้นทางอื่นๆ ยังคงให้บริการได้ตามปกติ โดยมีมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งผู้ประกอบการขนส่ง พนักงานขับรถ และผู้โดยสารต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ดังนี้ ให้มีมาตรการคัดกรองผู้โดยสารทุกคนก่อนการเดินทาง หากตรวจพบผู้โดยสารที่มีอุณหภูมิสูง เกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ห้ามเดินทางโดยเด็ดขาด จัดที่นั่งภายในรถโดยสารเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ตามมาตรการ Social Distancing เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส



นอกจากนี้ ให้จัดเตรียมคำถามสุขภาพ (แบบ ต.8-คค) เพื่อให้ผู้โดยสารกรอกข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมโรคติดต่อ และรวบรวมส่งให้สำนักงานขนส่งจังหวัด ณ จุดสิ้นสุดการเดินทาง หรือต้องเตรียมไว้สำหรับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบระหว่างการเดินทาง รวมถึงเข้มงวดตรวจสอบห้ามมิให้ผู้โดยสารที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยขึ้นรถโดยสารเด็ดขาด เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคภายในรถ ให้มีน้ำยาแอลกอฮอล์ เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

สำหรับผู้โดยสารภายในรถ และพนักงานขับรถ ผู้ประจำรถ ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาขณะปฏิบัติงานด้วยเช่นกัน โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินหรือมีประกาศเป็นอย่างอื่น
 
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    78%
  • ไม่เห็นด้วย
    22%

บอกต่อ : 16