อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

แนะค้าปลีกหน้าร้าน รุกออนไลน์สู้โควิด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดธุรกิจอี-คอมเมิร์ซและเดลิเวอรี่โกยรายได้ช่วงโควิดเพิ่ม 8พันล้าน แต่ยังชดเชยสูญเสียหน้าร้านไม่ได้ แนะค้าปลีกดั้งเดิมบุกออนไลน์เพื่อความอยู่รอด อังคารที่ 31 มีนาคม 2563 เวลา 11.50 น.


รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่นานขึ้นส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจร้านอาหาร ทำให้ยอดขายลดลง จึงหันมาปรับตัวขายสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าช่วงวันที่ 22 มี.ค. – 30 เม.ย.63 ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซและฟู้ดเดลิเวอรี่ จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติ 8,000 ล้านบาท แต่คงไม่สามารถทดแทนรายได้หลักจากช่องทางหน้าร้านที่สูญเสียไป จึงคาดว่ารายได้ตลาดค้าปลีกและตลาดร้านอาหารจะลดลงรวม 72,000 ล้านบาท

สำหรับช่วงที่เหลือของปี 63 ผู้ประกอบการคงต้องติดตามมาตรการภาครัฐเพิ่มเติมทั้งการควบคุมโควิด-19 และการบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งมองว่าผู้ประกอบการค้าปลีกสามารถทำได้ตอนนี้ คือเพิ่มช่องทางผ่านออนไลน์และการบริการจัดส่งสินค้า ผ่านอี-มาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ และเครือข่ายสังคมออนไลน์ อย่างเฟซบุ้ค หรือไลน์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้สะดวกและเป็นช่องทางสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่ง

ผู้ประกอบการต้องเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปอีกในอนาคต หากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังไม่ถึงจุดสูงสุด ภาครัฐอาจจำเป็นต้องยกระดับการควบคุมสถานการณ์โดยใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น

“ในสถานการณ์ที่ผู้บริโภคระวังการใช้จ่ายและบางกลุ่มอาจขาดรายได้ ผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องจัดโปรโมชั่นมากกว่าปกติ ทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางหน้าร้านค้าปลีกที่ยังสามารถเปิดให้บริการได้ เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ รวมทั้งการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ในทุกๆ แพลตฟอร์ม

ขณะเดียวกัน การควบคุมหรือลดต้นทุนภาระจ่ายต่างๆ ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการประคองธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น การบริหารสต็อกสินค้าให้สอดรับกับความต้องการของผู้ซื้อในยามนี้ การเร่งเจรจากับเจ้าหนี้ต่างๆ การใช้สิทธิประโยชน์ตามมาตรการที่ภาครัฐทยอยออกมาอย่างเต็มที่ เป็นต้น”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 13