อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

คลังขยายวงเงินทดรองรับมือโควิด ให้ทุกจังหวัด50ล้าน

คลังอนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการ ใช้จ่ายฉุกเฉินให้ทุกจังหวัดเพิ่ม 50 ล้านบาท ใช้รับมือวิกฤตไวรัสโควิด   อังคารที่ 31 มีนาคม 2563 เวลา 14.10 น.


นายภูมิศักดิ์  อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้อนุมัติให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและจังหวัด สามารถขยายวงเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินได้สูงสุดเป็น 50 ล้านบาท ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่จังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการป้องกันหรือยับยั้งภัยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 เป็นกรณีพิเศษ

“เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิดในไทยยังมีผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้น และมีผลต่อชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้อาจกระทบต่อวงเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ เนื่องจากระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 ไม่ได้กำหนดให้สามารถขยายวงเงินทดรองราชการดังกล่าว ดังนั้น เพื่อให้สามารถใช้จ่ายเงินงบประมาณดูแลได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล จึงได้มีปรับปรุงเงื่อนไขใหม่”


 
ทั้งนี้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังและควบคุมติดตามการระบาดของโรค ให้ประเมินสถานการณ์ ระดับความรุนแรงของภัยพิบัติ วิเคราะห์สถานการณ์ ความเป็นไปได้และพฤติการณ์ปัจจัยบ่งชี้ต่าง ๆ ว่ามีความจำเป็นต้องป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งเสนอมาตรการและแนวทางในการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติดังกล่าวต่ออธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่ออนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการ

ส่วนอีก 76 จังหวัด ให้คณะกรรมการป้องกันหรือยังยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจังหวัดดำเนินการประเมินสถานการณ์ ระดับความรุนแรง วิเคราะห์สถานการณ์ความเป็นไปได้ พฤติการณ์ ปัจจัยบ่งชี้ต่าง ๆ ว่ามีความจำเป็นต้องป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดรวมทั้งเสนอมาตรการและแนวทางในการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่ออนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการต่อไป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21