อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

พิษโควิดฉุดเศรษฐกิจหด คาดบาทอ่อนแตะ33.70

​​​​​​​“จิติพล” ประเมินไตรมาส 2 เงินบาทแนวโน้มอ่อนค่าแตะระดับ 33.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ผลพวงจากแพร่ระบาดโควิดกดสกุลเงนตลาดเกิดใหม่-ตลาดหุ้นเอเชียผันผวน พุธที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 10.10 น.


นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดการเงินและการลงทุน บล. ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 32.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ กรอบเงินบาทวันนี้ 32.65-32.95 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  โดยในช่วงคืนที่ผ่านมานักลงทุนฝั่งสหรัฐทยอยขายหุ้นปิดท้ายไตรมาส ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงอีก 1.6% ใน 3 เดือนแรกของปีนี้จึงปรับตัวลงรวม 20% กลายเป็นช่วงที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี  30
 
อย่างไรก็ดี ในฝั่งของมุมมองเศรษฐกิจในอนาคตก็มีปัจจัยบวกอยู่บ้าง โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐ (CB Consumer Confidence) ปรับตัวลงมาที่ 120จุด จากที่คาดว่าจะปรับตัวลงหนักกว่านี้ เช่นเดียวกันกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการญี่ปุ่น (Tankan Business Survey) ที่

รายงานในช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็สังเกตได้ว่าภาคอุตสาหกรรมมีมุมองเชิงบวก ว่าน่าจะสามารถกลับมาทำธุรกิจได้ตามปกติบ้าง นอกจากนี้ดัชนีความกลัวหรือ VIX Index ก็ปรับตัวลงบ้างโดยล่าสุดอยู่ที่ระดับ 53% แม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงที่สูงผิดปกติ แต่ก็ถือเป็นสัญญาณว่าตลาดเคยชินกับความเสี่ยงปัจจุบันมากขึ้น

สำหรับตลาดเงินในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าผิดปกติจากปัญหาสภาพคล่อง โดยเมื่อเทียบกับสกุลเงินกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่ผันผวนสูง (High Volatility EM Currencies) ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 15-20% และมีเพียงทองคำ ฟรังก์สวิส (CHF) กับเงินเยน (JPY) เท่านั้นที่สามารถปรับตัวบวกได้ในไตรมาส 1  เชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวไม่ได้มาจากพื้นฐานของสหรัฐที่ที่ดีกว่าประเทศอื่น  และในอนาคต สกุลเงินตลาดเกิดใหม่มีโอกาสฟื้นตัวเมื่อเทียบกับสกุลเงินประเทศพัฒนา (DM) เช่นกัน

ส่วนค่าเงินบาท ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกกดดันจาก 3 ประเด็นหลัก คือความกังวลว่าเศรษฐกิจจะหดตัวหลังจากวิกฤติโควิด-19 การอ่อนค่าของสกุลเงินตลาดเกิดใหม่และตลาดหุ้นในฝั่งเอเชียที่ผันผวน  และมองว่าในช่วงต้นไตรมาสนี้ ปัจจัยดังกล่าวจะยังคงกดดันเงินบาทต่อเนื่อง เพราะทั่วโลกจะเลือกใช้มาตรการชะลอกิจกรรมทางเศรษฐกิจในการแก้ปัญหาการระบาดของไวรัส โดยมองว่าอ่อนค่าได้มากที่สุดถึงระดับ 33.70 บาทต่อดอลลาร์ หรือคิดเป็นการอ่อนค่าต่อเนื่อง 2.5%

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ก็มีโอกาสที่ทุกสกุลเงินเอเชียจะกลับตัว เพราะจะเป็นขาลงของการระบาดของไวรัส ขณะเดียวกันเศรษฐกิจฝั่งเอเชียก็จะกลับมาดำเนินการได้ตามปกติก่อนฝั่งตะวันตก เงินบาทจึงมีโอกาสแข็งค่ากลับลงได้เช่นกัน
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%