อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

หวั่นชัตดาวน์สหรัฐฯฉุด"หุ้นไทย"หลุด1,000 จุด(คลิป)

หุ้นไทยเดือนเม.ย.ร้อนระอุ จับตา 3 อัพไซด์ 2 ดาวน์ไซด์ชี้ทิศทางไปต่อหรือร่วง  ระบุยอดผู้ติดเชื้อสหรัฐฯทะลุ 8 แสนคนอาจเกิดล็อกดาวน์-ชัตดาวน์สหรัฐฯ ดัชนีหลุด 1,000 จุด เลี่ยงหุ้นที่มีรายได้จากยุโรป-สหรัฐฯ   ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563 เวลา 09.00 น.

 
นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า  การลงทุนในเดือนเม.ย.คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังผันผวนสูง แต่ถ้านับก.พ.-มี.ค.ความผันผวนลดลงเล็กน้อย มาจาก 3 เหตุผลคือ 1.ดัชนีตลาดหุ้นโลกหรือ  MSCI Global ปรับตัวลงมากว่า 30% บวก-ลบ  ซึ่งประเมินว่าน่าจะสะท้อนความกังวลของยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 150 ประเทศทั่วโลกไปแล้ว

2. เห็นปัจจัยบวกอ่อน ๆ จากมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงไทย ซึ่งจำกัดดาวน์ไซด์ได้บางส่วน 3. ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง  ซึ่งหากนำ 3 ปัจจัยดังกล่าวมาประเมินคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัวในระดับ 1,050-1,150 จุด โดยครึ่งเดือนแรกของเม.ย. คาดว่ากรอบเคลื่อนไหวบวก-ลบ 100 จุด



สำหรับการที่กองทุนมีการออกกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)   นั้นจะเป็นบวกอ่อน ๆ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามามากน้อยแค่ไหน เนื่องจากยังไม่ทราบพฤติกรรมของคนที่ซื้อ เนื่องจากแบ่งออกเป็นวงเงินลดหย่อนภาษี 200,000 บาท ต่อ 200,000 บาท ทำให้คนอาจรอซื้อปลายปี  และการที่ครม.อนุมัติให้ลงทุนในหุ้น 65% จะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดหุ้นประมาณ 8,000-10,000 ล้านบาท
 
ทั้งนี้เห็นว่าในเดือนเม.ย.จะมี 3 อัพไซด์ และ 2 ดาวน์ไซด์ ที่นักลงทุนต้องนำมาศึกษาต่อ  ซึ่งหากเกิดขึ้นจะเป็น upside ต่อตลาดหุ้นได้ นั่นคือ กลุ่มโอเปกกลับมาเจรจากัน ถ้ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นทันทีอาจขึ้นไปยืน  20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลปลาย ๆ  หรือยืนอยู่ที่  30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลได้ 

2.มีโอกาสที่สหรัฐฯและจีนจะบรรลุข้อตกลงทางการค้าเฟส 2 ก่อนการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา 3. การค้นพบวัคซีนรักษาโรคไวรัสโควิด  ถ้า 3 ประเด็นดังกล่าวเข้ามาในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งอาจจะเปิดอัพไซด์ให้ตลาดหุ้นทันทีและประเมินว่า มีโอกาสที่ดัชนีตลาดหุ้นจะปรับขึ้นไป 1,220 จุด

ด้านปัจจัยลบ  downside  ที่ต้องติดตามคือ  หากราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับ 20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเกินระยะเวลา  3 เดือนมีโอกาสสูงที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้ในบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก  โดยเฉพาะ ในสหรัฐอเมริกา  ซึ่งช่วงนี้เห็นหลายบริษัทมีการดาวน์เกรด (Downgrade) แล้ว และหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากจะกระทบลามไปธนาคารพาณิชย์ในฐานะที่เป็นเจ้าหนี้และเป็นประเด็นที่จุดชนวนให้เกิดวิกฤติได้

นอกจากนี้ดูในเรื่องผู้ติดเชื้อในสหรัฐและอินเดียลามไม่หยุดหากไม่สามารถป้องกันได้  และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)    ไปถึง 30 เม.ย.  แต่ถ้าหลังจากนั้นยังไม่สามารถควบคุมโรคได้ ผู้ติดเชื้อสหรัฐฯจะพุ่งขึ้นไปถึง 500,000-800,000 คน อาจทำให้เกิดการล็อกดาวน์ ( Lockdown)  หรือชัตดาวน์ (Shutdown)  ในสหรัฐฯและจะส่งผลให้เกิด  supply disruption  หรือกระบวนการผลิตหยุดชะงัก  เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯเป็นอันดับ 1 ของโลก จะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นหลุด 1,000 จุด บวก-ลบ

ด้านกลยุทธ์การลงทุนหลีกเลี่ยงหุ้นที่มีสัดส่วนรายได้จากยุโรปและสหรัฐฯ  ทั้งหุ้นข้องกับ อิเลคทรอนิกส์ โรงแรม   เช่น MINT และ  IVL   ซึ่งควรลุงทนหุ้นในกลุ่มเกี่ยวข้องกับประเทศจีนเริ่มกลับมาฟื้นตัว เห็นได้จากดัชนีภาคการผลิตอยู่ระดับเหนือ 50  ส่วนหุ้นที่น่าลงทุนเป็นหุ้นเป็นหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นรถไฟฟ้า เนื่องจากได้ปรับตัวลงมาสะท้อนความกังวลผู้โดยสารลดลง 50% จากทำงานที่บ้านแล้ว
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 30