อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

ผลสอบหน้ากากอนามัย พบช่องโหว่รง.แอบขายในตลาด

ผลสอบหน้ากากอนามัยถึงมือปลัดพาณิชย์แล้ว พบช่องโหว่โรงงานแอบขายหลังร้านจนเกิดขบวนการกักตุน เนื่องจากหลัง 17.00 น.เจ้าหน้าที่คน.-ทหารออกจากจากโรงงานจนไม่มีทางรู้ว่า โรงงานตุนของไว้โก่งราคาหรือแอบขายให้ใคร พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563 เวลา 07.10 น.


ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ที่มีนายสุพพัต อ่องแสงคุณ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน และมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ เป็นกรรมการ เช่น ตำรวจ , กฤษฎีกา, อย.  เป็นต้น ได้ส่งผลการสอบไปให้นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์  พิจารณาแล้ว  

โดยพบสอบดังกล่าว เน้นประเด็นการบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ของศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัย กระทรวงพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมา ที่มีนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) องค์การเภสัชกรรม เป็นต้น มีช่องโหว่จริงหรือไม่ จนนำมาซึ่งการกักตุนหน้ากากอนามัย และส่งออก

สำหรับผลการตรวจสอบ ทั้งจากเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมถึงสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของกรมการค้าภายในแล้ว พบว่า การดำเนินการของกรมการค้าภายใน ที่ส่งเจ้าหน้าที่กรม และทหาร ไปเฝ้าที่โรงงานผลิตหน้ากากอนามัยทั้ง 11 แห่ง ในช่วงเวลาตั้งแต่ 07.00-17.00 น.

เพื่อเช็คสต๊อก ป้องกันไม่ให้โรงงานแอบเอาหน้ากากอนามัยที่ผลิตได้ไปขายหลังร้าน และต้องส่งทุกชิ้นที่ผลิตได้ให้ศูนย์บริหารจัดการฯ เพื่อนำไปกระจายต่อให้กับโรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มเสี่ยง และประชาชนนั้น ไม่มีช่องโหว่ที่จะทำให้หน้ากากอนามัยหลุดลอดเข้าสู่ช่องทางการค้าปกติ หรือโรงงานเอาไปขายหลังร้านได้



อย่างไรก็ตามหลังจากพ้นช่วงเวลาควบคุม หรือตั้งแต่ 17.01 น. เป็นต้นไป พบว่ามีช่องโหว่จริง เพราะหลังจากเจ้าหน้าที่ออกจากโรงงานแล้ว กระทรวงพาณิชย์ ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่า หน้ากากอนามัยที่ผลิตได้นั้น โรงงานแอบเอามาขายหลังร้านเพื่อทำกำไรหรือไม่

เพราะกรมการค้าภายใน กำหนดให้ขายให้ศูนย์บริหารจัดการฯเพียงชิ้นละ 2 บาทเท่านั้น แต่ราคาขายปลีกในตลาดสูงมาก จากความต้องการที่สูงขึ้น และสินค้ามีน้อย หรือถ้าโรงงานแอบขายจริง แอบขายให้ใคร หรือซุกซ่อนบางส่วนที่ผลิตไว้เพื่อนำมาขายปลีกในราคาสูงเอง

 รวมถึงโรงงานบางรายอาจแจ้งข้อมูลการผลิตเท็จต่อกรมการค้าภายใน โดยแจ้งปริมาณที่ผลิตได้น้อยกว่าการผลิตที่แท้จริง เพราะในตอนนั้นมีการแจ้งกำลังการผลิตเพียง 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน แต่ปัจจุบันผลิตได้ 2.2-2.3 ล้านชิ้น และหลังจากรัฐบาลใช้งบกลางในการรับซื้อหน้ากากหมดก็มีข่าวว่าโรงงานกำลังจะเพิ่มเป็น 2.8 ล้านชิ้นในเร็วๆ นี้



 “แม้ผลสอบของกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่การหาความผิดของบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่หากจะเอาผิด หรือไม่เอาผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ก็สามารถพิจารณาจากเจตนาของการกระทำ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ประมาท เลินเล่อจนทำให้เกิดช่องโหว่หรือไม่ หรือมีผลประโยชน์ร่วมกันกับโรงงานหรือไม่ หรือตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบโรงงานทุกซอกทุกมุมได้หรือไม่ เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของปลัดกระทรวงพาณิชย์”
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    79%
  • ไม่เห็นด้วย
    21%