อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

อานิสงส์FTAดันไทยขึ้นแท่นเบอร์ 2ส่งออกเครื่องปรับอากาศ

พาณิชย์เผยเอฟทีเอดันไทยขึ้นแท่นผู้ส่งออกสินค้าเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนเบอร์ 2 ของโลกรองจากจีน สวนทางเศรษฐกิจโลกหดตัว  แนะเอกชนหาแหล่งวัตถุดิบสำรองป้องกันไม่ให้การผลิตสะดุด   พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563 เวลา 11.00 น.


นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า  แม้เศรษฐกิจทั่วโลกต้องเผชิญภาวะหดตัวจากสถานการณ์ไวรัสโควิด แต่ตัวเลขส่งออกเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนขยายตัวจากความตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ  เห็นได้จากตัวเลข 2 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ มีมูลค่าส่งออก 1,104 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกไปตลาดอาเซียนมากที่สุด มูลค่า 277 ล้านเหรียญสหรัฐ

รองลงมา คือ สหรัฐฯ มีมูลค่าส่งออก 130 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อพิจารณาอัตราการขยายตัวของตลาด พบว่าเพิ่มขึ้น  17.5 % หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยสหรัฐฯ ขยายตัวสูงสุด  68 % รองลงมา คือ ออสเตรเลีย ขยายตัว  49%  และอาเซียน   26%
 
โดยปัจจุบัน มี 15 ประเทศคู่เอฟทีเอที่ไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนจากไทยแล้ว ได้แก่ อาเซียน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู และฮ่องกง เหลือเพียง 3 ประเทศ คือ เกาหลีใต้ จีน และอินเดีย ที่ยังคงเก็บภาษีนำเข้าบางรายการ ทำให้ในปี 62 ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนอันดับ 2 ของโลก มีมูลค่าส่งออก สูงถึง 5,515 ล้านเหรียญสหรัฐ รองจากจีน  

ทั้งนี้ตั้งแต่ความตกลงเอฟทีเอมีผลใช้บังคับจนถึงปี  62 ไทยส่งออกไปประเทศคู่เอฟทีเอกว่า 3,044 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น  55%  ของการส่งออกเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนของไทยทั้งหมด นอกจากนี้ตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 3 อันดับแรก เป็นประเทศคู่เอฟทีเอทั้งสิ้น ได้แก่ อาเซียน มูลค่าการส่งออก 1,364 ล้านเหรียญสหรัฐ ออสเตรเลีย มูลค่าการส่งออก 515 ล้านเหรียญสหรัฐ และ ญี่ปุ่น มูลค่าการส่งออก 458 ล้านเหรียญสหรัฐ

ซึ่งสอดคล้องกับสถิติการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ โดยเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนมีการขอใช้สิทธิส่งออกไปยังประเทศคู่เอฟทีเอสูงมากเป็นอันดับ 8 จากรายการสินค้าที่ใช้สิทธิทั้งหมด สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องปรับอากาศแบบติดหน้าต่างหรือติดผนัง สัดส่วน  73%  ของการส่งออกเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนทั้งหมด

ย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะสามารถผลิตชิ้นส่วนได้เองในประเทศ แต่ยังมีส่วนประกอบบางตัว อาทิ คอมเพรสเซอร์ ที่ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าหลัก  สัดส่วน  60%  ของการนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศทั้งหมด

ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรประเมินสถานการณ์ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด อย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับด้านวัตถุดิบให้เพียงพอ เช่น หาแหล่งวัตถุดิบสำรอง ซึ่งปัจจุบันการนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศจากประเทศที่ไทยมีเอฟทีเอด้วยทั้งหมด 17 ประเทศไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าแล้ว ยกเว้นการนำเข้าจากฮ่องกงคงภาษีอัตราที่  1-8%
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15