อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

รมว.คมนาคมแจงรถไฟหยุดวิ่งไม่ได้ ขอมีสติเรียนรู้โควิด  

“ศักดิ์สยาม”ลงพื้นที่โรงงานมักกะสัน หลังพบพนักงานติดเชื้อโควิด ลั่นรถไฟเปรียบเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการคมนาคมหยุดไม่ได้ เตือนทุกคนมีสติ เรียนรู้ ปฏิบัติตามที่หมอแนะนำ ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563 เวลา 11.14 น.


เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.กระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่โรงงานมักกะสัน ฝ่ายช่างกล เพื่อตรวจเยี่ยมพนักงาน และ ลูกจ้างการรถไฟแห่งประเทศไทย ณ โรงงานมักกะสัน ฝ่ายช่างกล โดยนายศักดื์สยาม กล่าวว่า ที่ตนมาดูเป็นโรงซ่อมการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 100 กว่าปีแล้ว ที่มาเยี่ยมเพราะได้รับทราบข้อมูลจากฝ่ายบริหารว่ามีพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรคได้เข้ามาดูแลนำผู้ที่ติดเชื้อไปเข้ารับการรักษาพยาบาล และมีการคัดกรอง สอบสวนเกี่ยวกับการติดเชื้อของโรค และจะต้องมีผู้ที่จะไปกักตัวเฝ้าดูอาการด้วย สิ่งเหล่านี้ทางกรมควบคุมโรคได้ดำเนินการตามมาตรการโดยเคร่งครัด และประสานกับการรถไฟในการฉีดยาฆ่าเชื้อ 2 รอบ



รมว.คมนาคม กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.สาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เมื่อทราบข่าวก็กำชับให้มาดูแลเพื่อให้สามารถกลับสู่สถานการณ์ปกติได้ ตนมาที่นี้อยากจะมาดูและให้กำลังใจพี่น้องการรถไฟที่โรงซ่อมแห่งนี้

สิ่งที่เห็นพี่น้องมีกำลังใจเข้มแข็ง ยังได้ยินเสียงการทำงาน การซ่อมรถไฟ คิดว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าช่วยกันในการปฏิบัตืตามคำแนะนำ หลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค แนะนำเราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน และสาธารณสุขได้จัดอุปกรณ์ที่จะใช้ในการป้องกัน การแพร่ระบาด ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย แจลล้านมือ มาให้กับพนักงานโรงซ่อมการรถไฟ และสามารถนำไปมอบให้กับญาติพี่น้องของพนักงานการรถไฟที่อยู่ในบริเวณโรงซ่อมฯ



เมื่อถามว่า กังวลหรือกลัวการแพร่ระบาดไวรัสโควิดที่เกิดขึ้นในขณะนี้หรือไม่ และมีมาตรการป้องกันอย่างไร รมว.คมนาคม กล่าวว่า เมื่อเกิดปัญหาใดขึ้นขอให้มีสติ เรียนรู้ ปฏิบัติตามที่ หมอ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ รมว.สาธารณสุข ให้คำแนะนำคิดว่าไม่มีเรื่องอะไรที่เราต้องวิตกกังวล

ตนเชื่อว่า ถ้าเรารู้ว่าติดเชื้อแล้วไปหาหมอ ทำร่างกายให้แข็งแรง เราน่าจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ ถามว่าวิตกกังวลกับเรื่องนี้หรือไม่ วิตกกังวล คือ กลัว ในเรื่องของการที่เราไม่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดในเรื่องของการทำตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขปฏิบัติไว้ ถ้าทำตามอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง โอกาสการติดเชื้อลดลง

ถ้าติดจริง ๆ ไปหาหมอโอกาสรอด ดูจากสถิติน่าจะดีที่สุดในโลก เมื่อจบสถานการณ์อาจจะเป็นอันดับ 1 ของโลกในการดูแลรักษาก็ได้ แต่จะสำเร็จหรือไม่ทุกคนต้องร่วมมือกัน อย่ากังวลต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย 



ต่อข้อถามว่า การรถไฟได้ตั้งรับสถานการณ์โควิดอย่างไร นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า จัดขบวนรถไฟเท่าที่จำเป็น เพราะการที่เราเคลื่อนที่น้อยที่สุด เคลื่อนย้ายคนน้อยที่สุด จะลดการแพร่ระบาด ยกเว้นพี่น้องประชสชนที่ต้องเดินทางด้วยความจำเป็น ตรงนี้การรถไฟได้มีการวิเคาาะห์อยู่แล้ว ว่าจะจัดขบวนขนาดไหน ถามว่าเราจะหยุดได้หรือไม่ หยุดไม่ได้ เพราะการรถไฟเป็นเส้นเลือดใหญ๋ในการเดินทางของประเทศไทย แต่จะทำอย่างไร

ตนได้เรียนแล้วว่า สถานการณ์แบบนี้ทุกคนต้องเข้าใจและรู้จักวิธีการที่จะอยู่ รู้จักวิธีการที่จะต้องอำนวยความสะดวกของตัวเองลง  ถ้าพวกเรารักษาวินัยในเรื่องเหล่านี้ พบว่าตัวเองอาจจะมีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง จะเป็นหรือไม่เป็นต้องรีบไปหาหมอ สิ่งเหล่านี้จะดีขึ้น 



วันนี้สถานการณ์อย่างนี้กระทบหมด ไม่ใช่เฉพาะการรถไฟอย่างเดียว กระทรวงคมนาคม หรือกระทรวงต่าง ๆ กระทบหมดในการดำรงชีวิต ต้องเข้าใจว่าสุขภาพต้องมาก่อน ถ้าเราไม่มีสุขภาพที่ตีให้ทำะไรก็ตาม สุดท้ายเราก็ไม่ได้ใช้ หลังสถานการณ์นี้จบลง

ผมเชื่อว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานนโยบาย การจัดทำโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับการรถไฟ จะส่งผลให้การบริการที่ดีขึ้นกับพี่น้องประชาชนไม่ว่า เรื่องรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ทุกอย่างดำเนินการอยู่อย่างเป็นระบบ สิ่งเหล่านี้ประชาชนทุกคนต้องมีกำลังใจและมีระเบียบวินัยในการที่จะต่อสู้โควิด 19 ไปด้วยกัน

ส่งที่อยากจะฝากให้พนักงานการรถไฟก็คือ การดูเรื่องความสะอาด สถานที่ต่างๆ ขบวนรการต่าง ๆ จัดระยะห่าง การนั่ง การยืน พนักงานการรถไฟต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับโควิด-19 เรื่องการบริการอย่าทำอะไรในเรื่องของความเสี่ยง เรื่องที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ เชื่อว่าการรถไฟมีพื้นที่การดูแลทั้งประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ เราจะผ่านไปด้วยกันอย่างเชื่อมั่น เราจะรอดจากเรื่องนี้ไปด้วยกัน ผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน  

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

บอกต่อ : 20