อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

แฉ'ทัวร์เยอรมัน'ติดหนี้รร.ไทย 4จว.รวม173แห่ง-กว่า2พันล้าน!

แฉบริษัทนำเที่ยวยักษ์ใหญ่เยอรมันติดหนี้โรงแรมไทย 173 แห่งใน 4 จังหวัด ทั้ง ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี กว่า 2 พันล้านบาท หลังพาลูกทัวร์จากยุโรปมาใช้บริการตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค.63 แต่กลับเบี้ยวไม่จ่ายเงินตามสัญญา อาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2563 เวลา 23.07 น.


เมื่อวันที่ 17 พ.ค. แหล่งข่าวจากภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว 12 องค์กร ใน จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ได้รวบรวมรายชื่อโรงแรม 173 แห่งในพื้นที่ จัดทำเป็นหนังสือส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อขอความช่วยเหลือในการเจรจากับรัฐบาลเยอรมัน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐของเยอรมัน

หลังบริษัท ทุย กรุ๊ป (TUI Group) ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดบริษัทหนึ่งของโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เยอรมัน พานักท่องเที่ยวจากหลายประเทศในยุโรป อาทิ เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย โปแลนด์ ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ฯลฯ มาท่องเที่ยวในไทย แต่ติดหนี้โรงแรมในไทยกว่า 2,000 ล้านบาท หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ทุย กรุ๊บ ต้องนำนักท่องเที่ยวกลับประเทศทั้งหมด และหยุดกิจการเป็นการชั่วคราว
    
แหล่งข่าว ระบุอีกว่า บริษัทดังกล่าวได้นำนักท่องเที่ยวมาใช้บริการห้องพักและอาหารของโรงแรมในประเทศไทยไปแล้วหลายจังหวัด ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.63 โดยตามสัญญาระบุว่าทาง ทุย กรุ๊ป จะต้องชำระเงินภายใน 30-60 วันหลังสิ้นสุดบริการ เพราะโรงแรมต้องนำเงินส่วนนี้มาเป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้งจ่ายเงินเดือนพนักงาน และคู่ค้า

แต่ปรากฏว่าช่วงปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ตัวแทนบริษัททุย กรุ๊ป ติดต่อโรงแรมคู่ค้าในไทย มาขอให้เซ็นสัญญาใหม่ เพื่อแก้เงื่อนไขการชำระเงิน โดยยื่นข้อเสนอว่า จะชำระ 25% ของหนี้ทั้งหมดภายใน 10 วัน โดยไม่มีการระบุเงื่อนเวลาในการชำระเงินส่วนที่เหลือที่แน่ชัด
    
ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการขัดต่อหลักกฎหมายและการประกอบการธุรกิจ มีเนื้อหาเอาเปรียบผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทย แม้ทางผู้ประกอบการไทยพยายามเจรจาหาทางออกกับทุย กรุ๊ปหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล ทั้งที่รัฐบาลเยอรมันช่วยเหลือให้ทุยกรุ๊บกู้เงินจำนวนกว่า 1,800 ล้านยูโร หรือ ประมาณ 61,200 ล้านบาท รวมทั้งรัฐบาลต่างๆในภาคพื้นยุโรปก็ช่วยเหลือจ่ายค่าแรงส่วนหนึ่งให้กับพนักงานของทุย กรุ๊ป แล้วก็ตาม

ทางสมาคมภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว 12 องค์กร จึงขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือในการเจรจากับรัฐบาลเยอรมัน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1.ขอให้ทุย กรุ๊ป ยกเลิกการบังคับให้โรงแรมเซ็นสัญญาเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระเงิน และให้ชำระยอดหนี้ 50% มาในทันที ภายในเดือน พ.ค.63 และ 2.ขอให้ทุย กรุ๊ป กำหนดช่วงเวลาที่แน่ชัดในการชำระหนี้ทั้งหมด โดยกำหนดวันสิ้นสุดภายในวันที่ 31 ต.ค. 63
    
นอกจากนี้ สมาคมภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว 12 องค์กร ระบุในหนังสือด้วยว่า ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ปัจจุบันผู้ประกอบการประสบวิกฤตทำให้ไม่มีรายได้ แต่ยังมีค่าใช้จ่ายเพื่อพยุงการจ้างงาน และชำระหนี้ให้กับคู่ค้าภายในประเทศ หาก ทุย กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แสดงพฤติกรรมขัดต่อการประกอบธุรกิจ ผิดสัญญาชำระหนี้สินในการใช้บริการต่างๆให้โรงแรม จะเป็นตัวอย่างให้บริษัทนำเที่ยวอื่นเลียนแบบ เป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการ โรงแรมในไทยที่เป็นคู่ค้ากับ ทุย กรุ๊ป จะประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง อาจถึงขั้นปิดกิจการ ลามไปถึงผิดนัดชำระหนี้ธนาคาร และต้องเลิกจ้างพนักงานกว่า 1 แสนอัตราอีกด้วย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%