อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563

เงินบาทไทยแข็งค่ารั้งอันดับ 2 รองจากรูเปียห์อินโดนีเซีย

“รุ่ง”เผยค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวที่ระดับ 31.70-32.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เกาะติดปัญหาความขัดแย้งสหรัฐฯ-จีน การประชุมอีซีบี ระบุเดือนพ.ค.บาทไทยแข็งค่ารั้งอันดับ 2 ในภูมิภาค     อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 15.30 น.


น.ส. รุ่ง สงวนเรือง  ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า   ค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าคาดว่าเคลื่อนไหวที่ระดับ 31.70-32.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยแนวโน้มแข็งค่า เนื่องจากธนาคารกลางยุโรปจะออกมาตรการการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม  หลังจากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากโควิดทำให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นและมีแรงเทขายดอลลาร์สหรัฐกดดันให้ดอลลาร์ฯอ่อนค่าลง
 
ทั้งนี้ธนาคารกลางทั่วโลกหมดกระสุนในการใช้มาตรการการเงินแล้ว เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยส่วนใหญ่อยู่ระดับต่ำ หรือติดลบ   ดังนั้นจงใช้นโยบายการคลังเข้ามาพยุงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น

สำหรับประเด็นที่ติดตามปมขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและจีน   ซึ่งล่าสุดนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศว่า จะเริ่มยุติสถานะพิเศษของฮ่องกง ทั้งในด้านการค้าและการเดินทาง เพื่อตอบโต้ที่จีนผลักดันกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง รวมถึงการเปิดเมืองของนานาประเทศทั่วโลก

พร้อมทั้งติดตามทิศทางค่าเงินหยวน  เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินหยวนอ่อนค่าสุดในรอบ 8 เดือน จากความขัดแย้งกับสหรัฐฯ โดยอาจเป็นสงครามค่าเงิน และสหรัฐฯ กำลังจับตาดูจีน  นอกจากนี้มีการประชุมธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)  คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้เหมือนเดิมและอาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม

ด้านการเคลื่อนไหวของค่าเงินในภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-29 พ.ค.พบว่า รูเปียห์-อินโดนีเซียแข็ง 1.86 % บาท-ไทยแข็งค่า 1.72% เยน-ญี่ปุ่นทรงตัว 0%  ส่วนสกุลอื่นอ่อนค่า เช่น  ดอลลาร์-สิงคโปร์ 0.1 % เปโซ-ฟิลิปปินส์  0.37% รูปี-อินเดีย 0.68%  

ริงกิต-มาเลเซีย 0.96 % หยวน-จีน 1.07 % วอน -เกาหลีใต้1.6%  อย่างไรก็ตาม ทิศทางค่าเงินบาทผันผวนจากปัจจัยภายนอกประเทศและในประเทศ ดังนั้นผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าขาย

ส่วนภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายตั้งแต่ 1 พ.ค.-28 พ.ค. พบว่า ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 37,000 ล้านบาท พันธบัตรขายสุทธิ 4,200 ล้านบาท  หากเทียบกับเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาขายสุทธิหุ้นไทย 46,000 ล้านบาท พันธบัตรขายสุทธิ 19,000  ล้านบาท
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 38