อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

จุรินทร์"ถกอียูหวงขอเพิ่ม โควต้านำเข้าไก่ไทย

‘จุรินทร์’ ถกกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าขอเพิ่มโควต้านำเข้าไก่ไทย จาก 288,000 ตัน เป็น 320,000 ตัน  เร่งฟื้นการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู    ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563 เวลา 11.53 น.


นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์  เปิดเผยภายหลังการหารือทางไกลกับนายฟิล โฮแกน กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าว่า   ไทยขอให้อียูพิจารณาจัดสรรโควตานำเข้าไก่ให้ไทยเพิ่มขึ้น เพราะอียูต้องมีการปรับตารางข้อผูกพันภาษีที่ทำไว้กับองค์การการค้าโลก (WTO) ใหม่ หลังสหราชอาณาจักรถอนตัวจากอียู (เบร็กซิท) เพื่อให้ปริมาณนำเข้าไก่จากไทยของอียูใกล้เคียงปัจจุบันมากที่สุด โดยไทยขอเพิ่มโควตาจาก 288,000 ตัน เป็น 320,000 ตัน

นอกจากนี้พร้อมร่วมมือฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 โดยให้ความสำคัญกับกลไลการค้าเสรีของ WTO หลีกเลี่ยงการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การค้าระหว่างกันราบรื่นและไร้อุปสรรค รวมทั้งเพื่อให้ห่วงโซ่การผลิตโลกหรือกระบวนการผลิตสินค้า สามารถเชื่อมโยงระหว่างกันได้โดยไม่ติดขัด  ด้วยการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีดิจิทัล และปรับปรุงการค้าไปสู่รูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น 

พร้อมเร่งรัดให้แต่งตั้งสมาชิกองค์กรอุทธรณ์ของ WTO ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง เพื่อให้กลไกระงับข้อพิพาทของ WTO สามารถเดินหน้าต่อไปได้ และ ความเป็นไปได้ในการฟื้นการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู หากทั้งสองฝ่ายเห็นว่าเป็นประโยชน์และมีความคาดหวังตรงกัน

ทั้งนี้อียูถือเป็นคู่ค้าอันดับที่ 5 ของไทย รองจากอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันสูงถึง 38,239 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นสัดส่วน 8.4%  ของการค้าไทยกับโลก โดยในปี 62 ไทยส่งออกไปอียู มูลค่า 19,737.80 ล้านเหรียญสหรัฐ 
สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง ไก่แปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เป็นต้น 

ส่วนไทยนำเข้าจากอียู มูลค่า 18,501.19 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้านำเข้าที่สำคัญ เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องบิน อุปกรณ์การบิน เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เป็นต้น

 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%