อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

ต่างชาติทิ้งบอนด์ไทยครึ่งปีแรกกว่า 1.08 แสนล้าน

ThaiBMA คาดเอกชนระดมทุนดันยอดหุ้นกู้ปีนี้ทะลุ 8แสนล้าน  โดยเฉพาะพลังงานทางเลือกเล็งขยายกิจการในต่างประเทศเพิ่ม ขณะที่ต่างชาติทิ้งบอนด์ไทยครึ่งปีแรกกว่า 1.08 แสนล้าน   พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลา 21.00 น.


นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)  เปิดเผยว่า   ตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้   คาดว่า บริษัทเอกชนไทยยังคงมีความต้องการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ระยะยาวเพื่อเตรียม สภาพคล่องรองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนทั้งปีอยู่ที่ 800,000 ล้านบาท  จากประมาณการเดิมที่ตั้งไว้  850,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ในครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ออกไปแล้วกว่า 320,000 ล้านบาท และในช่วงที่เหลือมีหุ้นกู้ที่จะครบอายุ คาดว่าจะมีการ rollover กว่า 300,000 ล้านบาท และจะออกหุ้นกู้ใหม่ เพื่อขยายกิจการและโรงงานต่างประเทศกว่า 160,000 ล้านบาท  โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานทางเลือก  

สำหรับตราสารหนี้ไทย ณ ครึ่งปีแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.63) มีมูลค่าคงค้าง 13.69 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.25% จากสิ้นปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก ด้านมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 91,814 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 5% จากปีที่ผ่านมา โดยพันธบัตรรัฐบาลมีการซื้อขายเพิ่มขึ้นมากที่สุด ด้านตราสารหนี้ภาคเอกชน มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 4.89 พันล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน จากการซื้อขายที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงเดือนมี.ค.

ด้านการลงทุนในตราสารหนี้จากนักลงทุนต่างประเทศ (Fund flow) ครึ่งปีแรก พบว่าลดลงสุทธิ 108,460 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิทั้งในตราสารหนี้ระยะยาว  61,075 ล้านบาท  และตราสารหนี้ระยะสั้น 47,390 ล้าน บาท  ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 2 นี้ นักลงทุนต่างชาติถือครองตราสารหนี้ไทย 811,070 ล้านบาทหรือเท่ากับ 9.07%  ของมูลค่าคงค้างพันธบัตรรัฐบาลและธปท. ซึ่งลดลงจาก10.45%  ในสิ้นปี62



ทั้งนี้ในเดือนมิ.ย. นักลงทุนต่างชาติเริ่มหันกลับมาซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยอีกครั้ง หลังจากขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง ตลอด 5 เดือนแรกของปี  ด้าน Bond Yield ในช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างผันผวน เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนถึงผลกระทบของการ แพร่ระบาดของโควิด ต่อเศรษฐกิจ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในช่วงกลางเดือนมี.ค.ปรับเพิ่มขึ้น ค่อนข้างมากจากการเทขายสินทรัพย์ของนักลงทุน ก่อนจะทยอยปรับลดลงในช่วงไตรมาส 2

โดยทำให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีการเคลื่อนไหวในทิศทางขาลงในทุกรุ่นอายุ โดย Bond yield อายุ 2 ปีลดลง 69 bps.มาอยู่ที่ระดับ 0.45 %    และ 10 ปี ปรับ ลดลง 18 bps. จากต้นปีมาอยู่ที่  1.28 %  ณ สิ้นไตรมาส 2 เป็นการทำระดับต่ำสุดใหม่ของรุ่นอายุ 2 ปี

อย่างไรก็ตาม  เชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน( กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.5% ที่ระดับต่ำนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปีโดยอาจใช้เครื่องมือนโยบายการเงินอื่นเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวทำให้มีโอกาสที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะขยับต่ำลงทั้งเส้นแต่อยู่ในกรอบจำกัด โดยอาจมีความผันผวนได้ในบางช่วงหากเกิดเหตุการณ์ความกังวลใหม่ๆ ในตลาด เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%