อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

พาณิชย์ป้องกันมิจฉาชีพเตรียม ถอนนิติบุคคลหมื่นรายเป็นร้าง!

พาณิชย์เตรียมถอดรายชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียน 12,629 ราย เหตุไม่ส่งงบการเงินต่อเนื่องเกิน 3 ปี ตั้งแต่ปี  59- 61  รวมถึงเลิกกิจการแต่ไม่ชำระบัญชีป้องกันมิจฉาชีพหาผลประโยชน์ จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.31 น.

     
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกประกาศผ่านเว็บไซต์ www.dbd.go.th  ขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น 12,629 รายเนื่องจากไม่ส่งงบการเงินต่อเนื่องเกิน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2561 จำนวน 9,393 ราย ทำให้เชื่อได้ว่าเลิกทำธุรกิจ

ธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกแล้วแต่ไม่มีตัวผู้ชำระบัญชีทำการอยู่ 3,236 ราย นายทะเบียนจึงต้องดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลให้อัพเดท สร้างความน่าเชื่อถือ และปิดช่องทางผู้ไม่ประสงค์ดีนำข้อมูลเท็จไปหาประโยชน์

สำหรับนิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด กรมฯ ได้ประสานงานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดให้ตรวจสอบเพื่อจะได้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม   หากพ้นกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันที่ออกประกาศ นิติบุคคลดังกล่าวจะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนและ  สิ้นสภาพนิติบุคคล เว้นแต่จะแสดงเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น
 
ทั้งนี้ขอฝากไปยังนิติบุคคลถึงการจัดทำงบการเงินประจำปีและยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อแสดงฐานะทางการเงินและผลการดำเนินธุรกิจถือเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่สำคัญของห้างหุ้นส่วนและบริษัททุกรายที่จดทะเบียนจัดตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากนิติบุคคลไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวหรือมีเหตุอันเชื่อได้ว่าไม่ได้ทำการค้าขายหรือประกอบธุรกิจใดๆ

รวมไปถึงการไม่ยื่นงบการเงิน ไม่มีสำนักงานใหญ่ตามที่จดทะเบียนไว้ จดทะเบียนเลิกแล้วไม่ยื่นรายงานการชำระบัญชี หรือไม่จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้น     ซึ่งการกระทำต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลเสียต่อผู้ที่สืบค้นฐานข้อมูลนิติบุคคลของกรมฯ และเข้าใจผิดว่านิติบุคคลดังกล่าวยังมีสถานะคงอยู่

ดังนั้นกฎหมายจึงได้ให้อำนาจต่อนายทะเบียนในการถอนทะเบียนนิติบุคคลที่ทิ้งร้างหรือเลิกประกอบกิจการไปแล้ว เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน สร้างความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจให้แก่ภาคธุรกิจที่เข้ามาตรวจสอบข้อมูล และป้องกันความเสียหายจากกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 14