อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563

สอท.ชงรัฐกู้เพิ่ม1ล้านล. ฟื้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวหลังโควิด

ส.อ.ท. ชงรัฐกู้เพิ่ม 1 ล้านล้าน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว หลังโควิดหนักกว่าที่คิดเศรษฐกิจพังแล้ว 2 ล้านล้าน ขอช่วยพักหนี้เอสเอ็มอียาว 2 ปี ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563 เวลา 18.13 น.


นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพิ่มเติมอีก 1 ล้านล้านบาท จากเดิมที่ออกไปแล้ว 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อนำเงินมาใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวจากโควิด โดยเฉพาะการดูแลเศรษฐกิจฐานราก และการท่องเที่ยว เนื่องจากตอนนี้ผลกระทบโควิดมีความรุนแรงกว่าที่คาด ทำให้เงินกู้เดิมอาจยังไม่พอ และเชื่อว่าประเทศยังสามารถทำได้ เพราะหนี้สาธารณะของประเทศอยู่ระดับต่ำ   

“ผลกระทบจากโควิดทำให้เศรษฐกิจเสียหายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท ดังนั้นการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ 1.9 ล้านล้านยังไม่น่าเพียงพอ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่เสียหายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านล้านบาท จากมูลค่าการท่องเที่ยวของไทยปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 3 ล้านล้านบาท และยังมีคนตกงานไปแล้ว 3 ล้านคน ถ้ารัฐบาลไม่มีมาตรการใหม่เพิ่มเติม หรือมาตรการเดิมขยายออกไปให้เกิดผลจะมีคนตกงานปีนี้ 6-7 ล้านคน และมีผู้ประกอบการทยอยปิดกิจการเพิ่มขึ้นอีก” 

นอกจากนี้ ยังต้องการให้ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่เร่งแก้ปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งภาคเอกชนเสนอให้มีการยืดหนี้ออกไปอีก 2 ปี โดย 6 เดือนแรกพักทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ส่วนที่เหลืออีก 1 ปี ครึ่ง ให้พักเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เพราะปัญหาโควิด-19 น่าจะยืดเยื้อถึงปีหน้า ซึ่งภาคเอกชนยังไม่สามารถทำรายได้เข้ามาจนมีกำไรได้ ดังนั้นจึงมีการเสนอยืดเวลาการพักชำระหนี้ออกไปจนถึงปี 65 แต่เรื่องนี้ต้องได้ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขให้สถาบันการเงินก่อน   ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้ทำมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ  และการเร่งให้บรรษัทค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วยค้ำประกันปล่อยกู้ซอฟท์โลนของ ธปท. 5 แสนล้านบาท ที่ขณะนี้ปล่อยกู้ได้เพียง 1 แสนล้านบาท จะทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น 




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 29