อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563

บางจากฯ มั่นใจธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว

บางจากฯ แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2563 เชื่อว่าธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ยอดการขายน้ำมันผ่านสถานีบริการฟื้นตัวเท่ากับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อังคารที่ 11 สิงหาคม 2563 เวลา 19.28 น.


นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 ของกลุ่มบางจากฯ ว่า เชื่อว่าธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในการได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงหลังจากหลายประเทศทั่วโลกเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง และผ่อนปรนมาตรการการเดินทางมากขึ้น ประกอบกับภาครัฐมีนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดว่าจะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันในภาคอุตสาหกรรมและภาคการขนส่งเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินมีแนวโน้มปรับลดลง หลังจากกลุ่มโอเปกและพันธมิตรร่วมมือกันลดกำลังการผลิตได้ตามข้อตกลง คาดว่าจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงหนุนให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังเริ่มฟื้นตัว



ทั้งนี้ ไตรมาส 2 ธุรกิจปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรกของปีในภาพรวม แต่ธุรกิจโรงกลั่นยังคงได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่นสายการบิน นับว่าได้รับผลกระทบหนักที่สุด ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 69,665 ล้านบาท ลดลงร้อยละ26 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มี EBITDA ติดลบ 1,415 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 134 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีผลขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 6,571 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 986 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 5.02 บาท



สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2563 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 26,594 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มี EBITDA 1,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 144 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มี Operating EBITDA 2,645 ล้านบาท โดยกลุ่มบริษัทฯ มี Inventory Loss 1,725 ล้านบาท (รวมกลับรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV) 1,635 ล้านบาท) และเมื่อรวมการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้การค้ารายใหญ่ และการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์จากการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจค้าปลีกของธุรกิจในกลุ่ม ส่งผลให้ไตรมาสนี้ขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 1,911 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นร้อยละ 59 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และปรับตัวลดลงร้อยละ 462 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 1.50 บาท

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 26