อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2563

เฮ! กองทุนหมู่บ้าน เตรียมได้เงิน 2 แสนบาท

เฮ! กองทุนหมู่บ้าน เตรียมได้เงิน 2 แสนบาท หลังคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ฯ ไฟเขียวโครงการสร้างรายได้กองทุนหมู่บ้าน 1.6 หมื่นล้านบาท ชงเข้า ครม. 15 ก.ย.นี้ เสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 เวลา 10.30 น.

นาย​รักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนงานโครงการกรอบวงเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมวงเงิน 4 แสนล้านบาท ได้เห็นชอบโครงการยกระดับเศรษฐกิจชุมด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็ที่เรียบร้อย และจากนี้จะเสนอที่ประชุมครม.พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 15 ก.ย.นี้

สำหรับโครงการนี้ สทบ.ได้ขออนุมัติเงินให้กับกองทุนหมู่บ้าน 79,604 แห่งทั่วประเทศ กองทุนละ 200,000 บาท วงเงินรวมประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท เพื่อให้กองทุนฯและชุมชนในหมู่บ้านทั่วประเทศนำไปสร้างรายได้เพิ่มให้กับคนในชุมชนในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เบื้องต้นได้กำหนดแนวคิดในการเสนอโครงการของกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศไว้ 3 แนวทาง คือ โครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างอาชีพในชุมชน ,โครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชน และโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ส่วนการค้าขายสินค้าระหว่างชุมชน สทบ.กำลังวางแผนที่จะช่วยพัฒนาแอพพลิเคชั่นและระบบการค้าออนไลน์เพื่อสนับสนุนการค้าขายระหว่างชุมชนต่อไป

“โครงการนี้ทางคณะกรรมการกลั่นกรองฯ จะเสนอให้ครม. พิจารณาโครงการ และหากได้รับการอนุมัติจาก ครม.แล้ว สทบ.จะให้กองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศเขียนรายละเอียดแผนงานของแต่ละกองทุนเสนอขึ้นมาเพื่อขออนุมัติเงินในส่วนนี้คาดว่าจะสามารถเริ่มโครงการได้ในเดือน ต.ค.นี้้และมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 5 เดือน ซึ่งโครงการจะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ.64ต่อไป เพื่อกระตุ้นให้มีเงินลงไปในพื้นที่”

ทั้งนี้ ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโนบายให้กับสำนักงานกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งจะได้มีการรับฟังนโยบายจาก รมต.ประจำสำนักนายกฯในฐานะกำกับดูแลการทำงานของ สทบ.และจะได้หารือถึงแนวทางการพัฒนากองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    51%
  • ไม่เห็นด้วย
    49%

บอกต่อ : 122