อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

"วินอีวี-รถ-เรือไฟฟ้า"เทรนด์ขนส่งสาธารณะแห่งอนาคต

ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ อีวี (EV : Electric Vehicle) นับเป็นก้าวสำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ จากการใช้เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันหรือแก๊สเป็นเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น.


พลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่ทั่วโลกสนับสนุนทั้งภาคการขนส่ง ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถโดยสารสาธารณะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงนำร่องวินมอเตอร์ไฟฟ้าและเรือโดยสารไฟฟ้า รวมถึงการดัดแปลงรถยนต์เก่าและรถเมล์ ขสมก. ที่หมดอายุการใช้งานแล้วเป็นรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะด้วยยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
 
วินอีวี – นำร่องสองล้อรักษ์โลก



จักรยานยนต์รับจ้าง ถือเป็นหนึ่งในรถโดยสารสาธารณะเป้าหมายที่ภาครัฐต้องการส่งเสริมให้เป็นรถจักรยานยนต์รับจ้างไฟฟ้า เพราะเป็นรถโดยสารสาธารณะที่มีจำนวนมาก และได้รับความนิยมสูงจากประชาชน
 
กฟผ. จึงมุ่งเน้นส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้าง นำร่องให้บริการในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จำนวน 51 คัน ภายในปลายปีนี้ ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน วิ่งได้ความเร็วสูงสุดมากกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คิดเป็นระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
 
โดยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สามารถถอดแบตเตอรี่มาสับเปลี่ยนที่สถานีชาร์จภายในศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี และขับขี่ออกไปให้บริการรับ-ส่งได้เลย หรือจะเสียบปลั๊กชาร์จเข้ากับไฟบ้านได้ตามปกติ ช่วยให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ประหยัดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงจากน้ำมันเป็นพลังงานไฟฟ้าซึ่งมีราคาถูกกว่า และไม่ปล่อยมลพิษซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของฝุ่น PM 2.5 สู่อากาศ
 
เรือโดยสารไฟฟ้า – ยานยนต์รักษ์น้ำ
กฟผ. ได้พัฒนาเรือโดยสารไฟฟ้าฝีมือคนไทย ซึ่งเป็นเรือที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน ไม่มีการปล่อยมลพิษ หรือส่งเสียงดังรบกวน โดยขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 214 กิโลวัตต์-ชั่วโมง จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือโดยสารไฟฟ้าแบบท้องเดียว (Mono Hull) และเรือโดยสารไฟฟ้าแบบสองท้อง (Catamaran) สามารถแล่นได้ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ด้วยความเร็วไม่น้อยกว่า 10 น็อต และรองรับผู้โดยสารได้ลำละ 80 ที่นั่ง
 
นอกจากนี้ ระบบปรับอากาศในห้องโดยสารยังออกแบบให้ใช้พลังงานไฟฟ้าจากโซลาเซลล์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณหลังคาเรือทั้ง 2 ลำด้วย ซึ่งในระยะแรกจะนำไปทดสอบการเดินเรือ เพื่อศึกษาวิจัยและประเมินสมรรถนะของเรือ โดยนำมาใช้ในภารกิจของ กฟผ. ก่อน แล้วจึงจะขยายผลสู่การใช้ประโยชน์สำหรับภาคประชาชนในอนาคต เพื่อพัฒนาการเดินทางเชื่อมต่อ “ล้อ ราง เรือ” ให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม





เปลี่ยนรถเก่าเป็นรถเก๋าด้วยพลังงานไฟฟ้า
นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้พัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยนำรถยนต์ส่วนบุคคลเก่าใช้แล้ว มาดัดแปลงด้วยชุดดัดแปลง EV Kit ที่ กฟผ. และ สวทช. ร่วมกันพัฒนาขึ้น ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถวิ่งได้ระยะทางไกล ประมาณ 200 กิโลเมตรต่อการอัดประจุไฟฟ้า 1 ครั้ง ความเร็วสูงสุดมากกว่า 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงไม่รวมแบตเตอรี่ประมาณ 200,000 บาท รวมถึงการดัดแปลงรถเมล์เก่าที่หมดอายุ
 


ปักหมุด กฟผ. เป็นแหล่งพลังงานสำหรับระบบขนส่งและยานยนต์ไฟฟ้า
ก่อนจะดำเนินการส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ และรถโดยสารสาธารณะอย่างเต็มรูปแบบ กฟผ. ในฐานะองค์กรหลักด้านพลังงานไฟฟ้าจะปักหมุดเป็นแหล่งพลังงานสำหรับระบบขนส่งสาธารณะและยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน อาทิ ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ระยะเวลาในการชาร์จ เพื่อเดินหน้าสู่การพัฒนานวัตกรรมซึ่งเป็นหัวใจของยานยนต์ไฟฟ้าคือ 1. สถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) 2. ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System : ESS) และ 3. สถานที่ตั้งของสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานจริงของประชาชนในอนาคต



ยานยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นคำตอบของระบบคมนาคมที่ทั่วโลกให้ความสำคัญและมุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นวาระที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน เร่งพัฒนานวัตกรรม และแบ่งปัน องค์ความรู้ ซึ่งไม่เพียงแค่ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระดับภูมิภาคอีกด้วย
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%