อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

"บีทีเอส"แจงยิบปมต่อสัมปทาน30ปีมูลค่า3แสนล้าน

“บีทีเอส” แจงยิบทุกปมค่าต่อสัญญาสัมปทาน30ปีเบ็ดเสร็จเกิน 3 แสนล้าน ค่าโดยสารสายสีเขียวไม่เกิน65 บาทไม่แพง!  ต้นทุนต่างเอ็มอาร์ทีสีน้ำเงินเยอะ  เผยเหตุต้องเร่งต่อสัมปทานธ.ค.นี้เปิดสีเขียวครบเส้นเชื่อม 3 จังหวัดกรุงเทพฯ-ปทุมธานี-สมุทรปราการ  ต้องเก็บอัตราปกติสูงสุดถึง 158 บาท  หากไม่ต่อสัญญากทม. ต้องหาเงินใช้หนี้เอง  พร้อมเต็มที่ชี้แจงกมธ.คมนาคมหากเชิญมา จันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08.00 น.

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยถึงปมปัญหาการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับกรุงเทพมหานคร (กทพ.) ไปอีก 30 ปี จากที่จะหมดอายุปี 2572 เป็นหมดอายุ ปี 2602  ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวสูงสุดไม่เกิน65 บาท เป็นราคาที่สูงเกินไปว่า  หากเทียบค่าโดยสารและระยะทางของรถไฟฟ้าBTS สายสีเขียว กับรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินจะพบว่าค่าเฉลี่ยค่าโดยสารใกล้เคียงกัน โดยสายสีเขียวมีระยะทาง 68 กิโลเมตร(กม.)59 สถานี เก็บค่าโดยสารไม่เกิน 65 บาทตลอดสาย ขณะที่สายสีน้ำเงิน ระยะทาง 48 กม.38 สถานี เก็บค่าโดยสารสูงสุด 42 บาท แต่ตัวที่สำคัญที่สุดคือต้นทุนเพราะภาระต้นทุนระหว่างสีเขียวและสีน้ำเงินต่างกันมากโดยสายสีเขียวบีทีเอสต้องรับชำระหนี้ค่างานโยธาแทนกทม. กว่า 6 หมื่นล้าน

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า  ขณะที่สายสีน้ำเงินไม่ต้องมีต้นทุน รัฐออกค่างานโยธาให้ทั้งหมดนอกจากนี้บีทีเอสต้องแบ่งรายได้ให้ กทม. ทุกปี รวมแล้วเกิน 2 แสนล้านบาทและเมื่อรวมกับหนี้ต่างๆ รวมถึงวงเงินที่ต้องลงทุนเพิ่มเติมทำให้ค่าต่ออายุสัมปทานสายสีเขียวเกิน 3 แสนล้านบาท ขณะที่สายสีน้ำเงินไม่ต้องแบ่งรายได้ ยกเว้นว่าผลตอบแทนลงทุนเกินกว่า 9.75% จึงจะจ่ายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ส่วนสายสีเขียว หากผลตอบแทนเกินกว่า 9.60% ต้องแบ่งรายได้ให้กทม. เพิ่มอีก

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีหากไม่มีการต่อสัมปทานให้บีทีเอสและเปิดประมูลใหม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า คงต้องรอให้สัมปทานหมดลงก่อนในปี 72แต่จากการที่ กทม. เคยประเมินความสนใจของเอกชน (Market Sounding) ก็พบว่าไม่มีเอกชนสนใจอย่างไรก็ตามสาเหตุที่ต้องเร่งให้ได้ข้อสรุปเรื่องการต่ออายุสัมปทานนั้นเพราะเดือน ธ.ค.นี้ จะเปิดเดินรถเพิ่มอีก 7 สถานีจนถึงสถานีคูคตโดยจะเป็นการให้บริการสายสีเขียวครบตลอดทั้งเส้นเชื่อมการเดินทาง3จังหวัด กรุงเทพฯสมุทรปราการและปทุมธานี   หากไม่ต่อสัมปทานทาง กทม. จะมีภาระที่ต้องหาเงินมาจ่ายหนี้และต้องเก็บค่าโดยสารตามระยะทางโดยราคาสูงสุดอยู่ที่ 158 บาทซึ่งการจะเปิดเดินรถฟรีไปตลอดก็คงไม่ได้ เพราะจะยิ่งเป็นภาระแก่ กทม.ดังนั้นจึงต้องทำให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วเพราะหากต่ออายุสัมปทานก็จะเก็บค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 65 บาทตลอดสาย

นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า   ส่วนประเด็นข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม 4 ข้อนั้น ดูแล้วไม่น่ามีปัญหาทางกระทรวงมหาดไทย(มท.) คงตอบได้ทั้งหมดซึ่งประเด็นการจ้างเดินรถส่วนต่อขยายที่ยังอยู่ในขั้นตอนไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นั้น ทางอัยการชี้แจงแล้วว่าเป็นเรื่องของตัวบุคคลไม่เกี่ยวและไม่มีผลกระทบกับการจ้างเดินรถ ขณะที่ประเด็นการใช้อำนาจ ม.44ยกเว้นการใช้ พ.ร.บ.ร่วมทุนรัฐและเอกชนนั้น ต้องถือว่า ม.44 ก็เป็นกฎหมายหากมีคำสั่งออกมาแล้ว ผลก็ยังใช้ได้อยู่ ยกเว้นว่าจะออกกฎหมายมาลบล้างผลจึงจะใช้ไม่ได้

สำหรับกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คมนาคม สภาผู้แทนราษฎร จะเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปชี้แจงในวันที่ 26 พ.ย.นี้เวลา 09.00 น. นั้น หากเชิญบีทีเอสมาก็พร้อมไปชี้แจงอยู่แล้ว ไม่ได้ขัดข้องอะไร

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น