อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

คุมเข้มควันดำ "เรือคลองแสนแสบ" แก้ฝุ่นพิษ

คุมเข้มตรวจวัดค่าควันดำเรือคลองแสนแสบ 72 ลำ พ่วงตรวจค่าเสียงห้ามเกิน ช่วยลดปัญหาฝุ่นพิษ ระบุอนาคตเล็งเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้ไฟฟ้าแทน แก้ปัญหาถาวร   พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.29 น.


นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเดินเรือคลองแสนแสบ เส้นทางวัดศรีบุญเรือง-สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เปิดเผยว่า ได้เตรียมมาตรการป้องกันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยกรมเจ้าท่าจะเข้ามาดำเนินการตรวจวัดค่าควันดำเรือคลองแสนแสบที่มีทั้งหมด 72 ลำ แต่ให้บริการจริงประมาณ 60-65 ลำต่อวัน เพื่อไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดที่ไม่เกิน 45% โดยกรมเจ้าท่าจะตรวจทุก 15 วัน หากพบว่ามีค่าควันดำเกินมาตรฐานกำหนดจะต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขก่อนจะนำมาให้บริการผู้โดยสารต่อไป  

นายเชาวลิต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังคุมเข้มการลดความเร็วในการเดินเรือ แบ่งเป็นสายนอก ช่วงท่าเรือวัดศรีบุญเรือง-ประตูน้ำ กำหนดให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 28 กม.ต่อชม. และ สายใน ช่วงประตูน้ำ-สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ความเร็วไม่เกิน 22 กม.ต่อชม. ทั้งนี้กรมเจ้าท่าจะตรวจวัดค่าระดับเสียงของเรือทุก 15 วันเช่นกัน โดยกรมควบคุมมลพิษกำหนดให้มาตรฐานระดับเสียงของเรือต้องไม่เกิน 100 เดซิเบลเอ รวมทั้งให้ทำความสะอาดท่าเรือทุกท่าให้สะอาด พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นได้ และให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการประมาณ 30,000 คนต่อวัน ได้มีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น  

นายเชาวลิต กล่าวอีกว่า ส่วนอนาคตเรือคลองแสนแสบมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเครื่องยนต์เรือจากปัจจุบันที่ใช้ระบบดีเซล มาเป็นไฟฟ้าด้วย เมื่อประเทศไทยมีความพร้อมสามารถผลิตแบตเตอรี่ใช้เอง รวมทั้งมีสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าหรือชาร์จแบตเรือรองรับการดำเนินการดังกล่าว ขณะนี้บริษัทได้ทยอยปรับปรุงเรือโดยสารคลองแสนใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้วัสดุจากโลหะเหล็กและอะลูมิเนียมแทน จากเดิมเรือจะใช้วัสดุไม้ตะเคียนในการต่อเรือ ซึ่งปัจุจบันได้เปลี่ยนเรือจากไม้ตะเคียนมาเป็นเรือโลหะเหล็กแล้วทั้งหมด 4 ลำ และ ในปี 64 จะเริ่มเปลี่ยนเรือจากไม้มาเป็นอะลูมิเนียม ซึ่งการเปลี่ยนวัสดุเรือครั้งนี้จะง่ายต่อการดำเนินการเปลี่ยนเครื่องยนต์จากระบบดีเซลมาเป็นระบบไฟฟ้าด้วย  

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น