อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564

"คมนาคม" เร่งดันสารพัดโปรเจคท์ขนส่งทางราง

“คมนาคม” ดันสารพัดโปรเจคท์ขนส่งทางราง ปี 65 ปิดจ๊อบรถไฟทางคู่ 5 เส้น เพิ่มความยาวทางรถไฟทั่วประเทศเป็น 4,744 กม. ขณะที่รถไฟไฮสปีดจ่อลุยอีก 6 โครงการ ขณะที่ปี 70 นั่งรถไฟฟ้ารอบกรุง-ปริมณฑล 14 เส้น 553 กม. พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 18.30 น.

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าและการประชุมด้านเทคโนโลยีระบบขนส่งทางราง Rail Asia 2020 และกล่าวปาฐกถาหัวข้อ “Thailand’s Rail Developments” หรือการพัฒนาระบบรางของประเทศไทย ที่สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ว่า ที่ผ่านมาระบบรางมีบทบาทต่อการคมนาคมขนส่งของไทยค่อนข้างน้อย เนื่องจากพัฒนาระบบขนส่งทางถนนเป็นหลัก ทำให้การเจริญเติบโตของเมืองกระจัดกระจาย ไม่ตอบสนองต่อจำนวนประชากรภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงมุ่งเน้นลงทุนระบบรางมากขึ้น เพื่อผลักดันระบบรางเป็นระบบหลักของการเดินทาง และการขนส่งของประเทศในอนาคต ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ก่อให้เกิดการค้าระหว่างประเทศ การจ้างงาน การท่องเที่ยว และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
 

นายพิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันทางรถไฟครอบคลุมพื้นที่กว่า 47 จังหวัด ระยะทางกว่า 4,044 กิโลเมตร (กม.) แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะสัดส่วนของทางรถไฟเป็นทางเดี่ยว ต้องผลักดันโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงให้มีเส้นทางเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าภายในปี 65 รถไฟทางคู่จะแล้วเสร็จเพิ่มอีก 5 สาย คิดเป็นระยะทางกว่า 700 กม. ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางราง และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ช่วยกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นต่างๆ รวดเร็วมากขึ้น

นายพิศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 โครงการ คือโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทาง กรุงเทพฯ – นครราชสีมา และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และอยู่ระหว่างเตรียมพร้อมดำเนินโครงการอีก 6 โครงการ อาทิ เส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน, กรุงเทพฯ-พิษณุโลก และเส้นทางส่วนต่อขยาย ระยอง-จันทบุรี-ตราด ซึ่งหากแล้วเสร็จทั้งหมดจะเป็นระยะทางรวมกว่า 2,466 กม. สำหรับโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อโครงการทั้งหมดแล้วเสร็จจะมีจำนวน 14 สายทาง 367 สถานี คิดเป็นระยะทางกว่า 553 กม. จะช่วยแก้ปัญหาการจราจรได้ คาดว่าโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปี 70
 

นายพิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญการพัฒนาระบบรางในทุกภูมิภาคโดยภายในปี 71 ไทยจะมีระบบรางขนาดใหญ่ที่เข้าถึงทุกภูมิภาคของประเทศ และเมื่อโครงการทั้งหมดตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีแล้วเสร็จ จะเป็นการยกระดับมาตรฐานรถไฟไทยให้เจริญก้าวหน้า เป็นการลงทุนเพื่อวางรากฐานความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทยในระยะยาว สนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค สร้างศักยภาพและโอกาสใหม่ทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมถึงสนับสนุนการขยายตัวของเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจโดยรอบเส้นทาง เกิดการกระจายความเจริญอย่างทั่วถึง และลดความเหลื่อมล้ำด้วย.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น