อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

'เคเคพี'ปรับจีดีพีไทยดีขึ้น แนะรัฐกระตุ้นใช้จ่ายต่อเนื่อง

ศูนย์วิจัยเคเคพี ปรับจีดีพีไทยดีขึ้น คาดเศรษฐกิจไทยฟื้นเท่าเดิมก่อนโควิดได้ต้นปี65 จับตาเสี่ยงท่องเที่ยว จ้างงาน การเมือง แนะรัฐออกมาตรการกระตุ้นใช้จ่ายต่อเนื่อง พฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.50 น.


รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า ได้ปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทย(จีดีพี)ดีขึ้นจากเดิมคาดติดลบ 9% เหลือติดลบ 6.7% ในปีนี้ จากแรงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกสองเรื่องหลัก คือ การประกาศความสำเร็จของการทดลองวัคซีนโควิด-19 ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ระดับหนึ่ง และเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ที่ฟื้นตัวดีกว่าที่ประเมินไว้ โดยการฟื้นตัวจะมีไปอย่างช้า ๆ ตามการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่ยังไม่กลับมา ทำให้คาดจีดีพีปี 64 จะเติบโตที่ 3.5% และเชื่อว่าระดับจีดีพี จะยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19จนถึงต้นปี 65

นอกจากนี้ยังประเมินว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับเข้ามาในไทยได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 64 และคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวปี 64 ไว้ที่ 6.4 ล้านคน ขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3 เติบโตได้ดีกว่าคาดเป็นผลมาจากการบริโภคภาคเอกชนมีการฟื้นตัวและแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศอย่างเราเที่ยวด้วยกัน ที่ขยายไปถึงเดือนม.ค. 64 และมีแนวโน้มจะขยายเวลาเพิ่มเติมไปอีก

ส่วนการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐขยายตัวมากกว่าคาด โดยเป็นปัจจัยเดียวที่ยังคงเป็นแรงส่งทางด้านบวกให้กับเศรษฐกิจตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ โดยภาครัฐจะยังต้องมีการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงปีนี้และปีหน้า ในฝั่งนโยบายการเงิน คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังคงอยู่ที่ระดับ 0.5% ไปตลอดทั้งปี

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงที่จะโตได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้อยู่มาก โดยขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนทั้ง ธุรกิจท่องเที่ยวยังคงต้องรับมือกับปัญหาสภาพคล่องและอาจส่งผลรุนแรงต่อภาวะจ้างงานและการบริโภค ,เงินบาทที่แข็งค่าอาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งการฟื้นตัวของการส่งออก และความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่กระทบต่ออุปสงค์ในประเทศและชะลอการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยยังต้องเจอความเสี่ยงจากปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายด้านที่ทำให้ไทยเสียความสามารถในการแข่งขันและความน่าดึงดูดในการเป็นเป้าหมายของการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเกียรตินาคินภัทรคาดว่านโยบายเศรษฐกิจทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลังยังมีศักยภาพในการดำเนินการเพิ่มเติมได้ และรัฐบาลควรมีนโยบายเพื่อรองรับความเสี่ยงหลายด้านที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า เพื่อประคับประคองธุรกิจ สร้างงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจ  จนกว่าสถานการณ์ในสังคมและเศรษฐกิจโลกและไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น