อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564

ผู้ส่งออกเตรียมตัว! ปี64เงินบาทแข็งค่าแตะ29บ.แน่

ผู้ส่งออกเตรียมตัว กรุงศรีคาดตลาดเงินไทยยังเนื้อหอม เงินทุนไหลเข้าไทยปี 64 ดันบาทแข็ง 29.25 บาทต่อดอลลาร์แน่ อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 13.32 น.


นายตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้ประเมินตลาดเงินของไทยในปี 64 จะยังมีแนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน เช่น ไทย ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 63 เป็นต้นไปโดยคาดค่าเงินบาทสิ้นปี 64 จะอยู่ที่ 29.25 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากสิ้นปี 63 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 30.00 บาทต่อดอลลาร์ ในขณะที่เงินดอลลาร์ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงด้วย ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อ จึงแนะผู้ประกอบการทำประกันความเสี่ยงจากค่าเงินเพื่อบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้แนวโน้มดอลลาร์อ่อนค่า หลังจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ยังมีความไม่แน่นอนค่อนข้างมาก มีส่วนทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนใหม่ และความคืบหน้าวัคซีนต้านโควิด-19 ในปัจจุบันยังมีความไม่ชัดเจนมากนัก ถึงการนำออกมาใช้จริงหลังทดลองเริ่มได้ผลในบางส่วนแล้ว ซึ่งหากยังไม่มีความชัดเจนเรื่องวัคซีนโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกด้วย

“เงินทุนเริ่มไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐ หลังดัชนีดาวโจนส์ขึ้นไปแตะ 30,000 จุด ทำให้ผลตอบแทนเริ่มลดลง ซึ่งนักลงทุนได้ปรับพอร์ตมาหาผลตอบแทนที่ดีกว่าในตลาดหุ้นเกิดใหม่ ส่งผลบวกต่อการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทย และทำให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้น”

นอกจากนี้ ธนาคารกลางทั่วโลก มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำต่อเนื่อง และยังคงอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบ หรือทำคิวอีเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และสภาพคล่อง โดยเฉพาะในสหรัฐ ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า โดยคาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ต่อปี ไว้ตลอดทั้งปี 64 หลังดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยยังคงเกินดุลเล็กน้อย และในส่วนของทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงสามารถรับมือกับการไหลออกของเงินทุนเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว

“การลดดดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ประสิทธิภาพไม่ได้ดี เท่าวิธีการอื่น มองว่า ธปท.จะเน้นไปที่การกระจายสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงมาตรการดูแลค่าเงินไม่ให้แข็งค่าจนเกินไป เพราะ ธปท.พยายามไม่ให้บาทแข็งค่าเหมือนกับปี 62 ที่แข็งค่าขึ้นสูง 7-8% เพราะจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจไทย”

สำหรับมุมมองผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลคาดว่า ผลตอบแทนระยะสั้นอยู่ระดับคงที่ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 64 จะอยู่ที่ระดับ 0.5% ทำให้ยังไม่มีปัจจัยบวกต่อการปรับตัวขึ้นของพันธบัตรระยะสั้น  แต่พันธบัตรระยะยาวมีแนวโน้มว่าผลตอบแทนจะสูงขึ้น เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตจะทยอยฟื้นตัว การลงทุนภาคเอกชน ภาครัฐ จะกลับมาดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าวัคซีนจะเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และจะส่งผลต่อการลงทุนในอนาคตต่อไป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น