อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

ปมเก็บ"เอดี"ฟิล์มบรรจุภัณฑ์วุ่น ห่วงมาม่ากระทบหนักปรับขึ้นราคา

ปมเก็บเอดี ฟิล์มบีโอพีพีส่อวุ่น หลังมาม่ากระทบหนัก จ่อขยับราคาขาย ด้านกรมการค้าต่างประเทศ เรียกแจงด่วนย้ำพร้อมดูแลประชาชนไม่ให้เดือดร้อน พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564 เวลา 18.42 น.


นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงการเปิดไต่สวนการทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าฟิล์มบรรจุภัณฑ์ หรือฟิล์มบีโอพีพี ที่มีแหล่งกำเนิดจากจีน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ว่า ขณะนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นทั้งจากผู้ประกอบการในประเทศ ผู้ใช้ในประเทศ และยังขอให้ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า เข้ามายื่นรายละเอียดผลกระทบมาว่าเป็นอย่างไร หลังทางมาม่าออกมาระบุว่า หากมีการใช้เอดีกับฟิล์มบรรจุภัณฑ์ จะกระทบต่อหีบห่อที่ใช้ในการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และทำให้มีต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น  

“กรมฯ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ใช้สินค้าสำเร็จรูปที่ผลิตจากฟิล์มบีโอพีพีทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์อาหาร ยา เวชภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค ถ้าเกิดเห็นว่าอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีเอดี ก็สามารถแจ้งผลกระทบมาให้กรมฯ ได้ ไม่ใช่แค่มาม่าเพียงอย่างเดียว เพื่อทำให้การรับฟังความคิดเห็นมีรอบด้าน  ขณะเดียวกันก็ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ทินเพลตซึ่งเป็นวัตถุดิบเหล็กสำหรับใช้ในการผลิตกระป๋องบรรจุอาหาร ที่กรมฯ กำลังพิจารณาใช้มาตรการเอดีหรือเซฟการ์ด สามารถยื่นผลกระทบเข้ามาได้ด้วย”

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่กระทรวงพาณิชย์กำลังพิจารณาใช้มาตรการเอดีกับสินค้าฟิล์มบีโอพีพี เพราะจะทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างกับทุกอุตสาหกรรมที่ใช้บรรจุภัณฑ์เป็นวัตถุดิบ โดยมาม่าจะมีต้นทุนสูงขึ้นจากปัจจุบันที่มีต้นทุนหีบห่อโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 10% ของต้นทุนรวม หรือคิดเป็น 0.50 บาทต่อซอง และหากมีการใช้เอดีจริง จะทำให้แบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว อาจจะต้องใช้การปรับขึ้นราคา ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะไม่อยากให้กระทบผู้บริโภค
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น