อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

ธ.กรุงศรีฯปิดสาขา'เอ็กเชน' ลูกค้าติดโควิดใช้บริการ

ธ.กรุงศรีฯ ประกาศปิดสาขาเอ็กเชน ทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร เป็นเวลา 3 วัน หลังพบลูกค้าติดโควิด-19 มาใช้บริการ จันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 18.15 น.


เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ออกประกาศชี้แจงรายละเอียดหลังจาก สาขาเอ็กเชน ทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร พบลูกค้าติดเชื้อโควิด-19 มาใช้บริการ  ดังนี้



ตามที่ธนาคารได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2564 ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รายหนึ่งได้เข้ามาใช้บริการที่สาขาเอ็กเชน ทาวเวอร์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 นั้น เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน รวมทั้งเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ธนาคารจึงได้ดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้

1. ให้พนักงานที่ทำหน้าที่ให้บริการลูกค้ารายดังกล่าวพบแพทย์เพื่อรับการตรวจคัดกรอง พร้อมทั้งให้พนักงานรายดังกล่าวและพนักงานทั้งสาขาหยุดปฏิบัติงานโดยทันที รวมถึงให้กักตนเองเพื่อเฝ้าดูอาการจนครบ 14 วัน และติดตามการรายงานสุขภาพอย่างใกล้ชิด

2. ปิดทำการสาขาเอ็กเชน ทาวเวอร์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 25-27 มกราคม 2564 เพื่อทำความสะอาดและอบโอโซนฆ่าเชื้อโรค และจะเปิดให้บริการตามปกติ ในวันที่ 28 มกราคม 2564 โดยจะมีพนักงานชุดใหม่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทน

3. รายงานกรณีดังกล่าวให้กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทยทราบโดยระหว่างนี้ ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ที่สาขาใกล้เคียง ได้แก่ สาขาสุขุมวิท 15 หรือใช้บริการของธนาคารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ Krungsri Online (KOL) และ Krungsri Mobile App (KMA) ที่ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

กรุงศรีขอเน้นย้ำว่าธนาคารมีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่เป็นมาตรฐานตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยในขณะปฏิบัติหน้าที่ พนักงานต้องใส่หน้ากากอนามัย และปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัดตลอดเวลา รวมทั้งจัดให้มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำในบริเวณที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยคำนึงถึงสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้าพนักงาน และผู้มาติดต่อธนาคารเป็นสำคัญ



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น