อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

กรุงศรีคาดเงินบาท29.90-30.15บ.ต่อดอล จับตามาตรการศก.สหรัฐ

กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 29.90-30.15 บาทต่อดอลลาร์ จับตาการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเฟด จันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 15.37 น.


รายงานข่าวจากกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 29.90-30.15 ต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 29.97 ต่อดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก ขณะที่ว่าที่รัฐมนตรีคลังและอดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เจเน็ต เยลเลน ระบุถึงว่าประโยชน์ของมาตรการเยียวยาขนาดใหญ่มีมากกว่าต้นทุนภาระหนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น

ทางด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เตือนว่าการติดเชื้อ COVID-19 ที่พุ่งขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยง โดยอีซีบีมีมติคงดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ระดับติดลบ 0.50% และคงโควตาสำหรับการซื้อพันธบัตรในโครงการฉุกเฉินจากสถานการณ์โรคระบาด (PEPP) ไว้ที่ 1.85 ล้านล้านยูโร พร้อมส่งสัญญาณออกมาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 3,600 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 7,200 ล้านบาท
 
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ในสัปดาห์นี้จุดสนใจหลักของตลาดจะอยู่ที่การประชุมเฟดวันที่ 26-27 ม.ค. ซึ่งคาดว่าการสื่อสารกับตลาดเพื่อเน้นย้ำคำมั่นที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งความเห็นของเฟดที่มีต่อการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ นับตั้งแต่ต้นปี จะเป็นปัจจัยชี้นำสำคัญต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์

นอกจากนี้ นักลงทุนจะจับตาข้อมูลจีดีพีไตรมาส 4/63 ของสหรัฐ รวมถึงแนวโน้มการผลักดันมาตรการกระตุ้นทางการคลังซึ่งประธานาธิบดีไบเดนเคยเสนอไว้สูงถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่กรุงศรีคาดว่าจะมีการลดทอนขนาดของมาตรการลงในที่สุด ในภาวะเช่นนี้ คาดว่าตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอาจย่ำฐานช่วงสั้นเพื่อรอความชัดเจนต่อไป
 
สำหรับปัจจัยในประเทศนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานการส่งออกขยายตัว 4.71% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 22 เดือน ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้า ทั้งนี้ ในปี 2563 มูลค่าส่งออกลดลง 6.01% ขณะที่ยอดนำเข้าหดตัว 12.39% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 2.45 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์คาดว่าการส่งออกในปี 2564 นี้จะเติบโตได้ 4%

ส่วนทางด้านรัฐมนตรีคลังประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 3-4% แม้เผชิญกับการระบาดระลอกใหม่ โดยคาดว่าการแพร่ระบาดรอบนี้จะควบคุมได้ภายในเดือน มี.ค. ขณะที่มีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การฟื้นตัวของภาคส่งออก และกระจายวัคซีน ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่สามารถฟื้นตัว

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเห็นว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยต่ำมากแล้ว และมองว่าการคงดอกเบี้ยควรดำเนินต่อไปจนกว่าจะมั่นใจว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน ส่วนประเด็นค่าเงิน ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดูแลเสถียรภาพเพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจสามารถบริหารต้นทุนได้

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น