อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

คลังหั่นจีดีพีปีนี้โตเหลือ2.8% เซ่นโควิดระบาดรอบสอง

คลังหั่นจีดีพีปีนี้เหลือโต 2.8% จากเดิม 4.5% เซ่นโควิดสอง ท่องเที่ยวทรุดหนัก ปีนี้เหลือแค่ 5 ล้านคน รายได้เหลือแค่ 2.6 แสนล้าน    พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 18.53 น.


น.ส.กุลยา ตันติเตมิท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สศค.ได้ปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยปี 64 ลงเหลือขยายตัว 2.8% ลดจากเดิมที่คาดไว้ 4.5% โดยมีปัจจัยลบมาจากการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งจากเดิมคาดทั้งปีนี้จะมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามา 8 ล้านคน ลดเหลือเพียง 5 ล้านคน ติดลบถึง 25.8% เมื่อเทียบกับปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา 6.7 ล้านคน  

นอกจากนี้ ยังทำให้รายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยปี 64 ลดลงไปด้วย จากเดิมคาดมีรายได้อยู่ที่ 3.3 แสนล้านบาท เหลือเพียง 2.6 แสนล้านบาท หรือลดลงไป 22.1% อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างประเทศจะเริ่มปรับดีขึ้นช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ แต่ก็ต้องพิจารณาถึงประสิทธิภาพการป้องกันโรคของวัคซีน แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ รวมถึงต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดซ้ำทั้งใน และอีกหลายประเทศด้วย  

ส่วนปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ได้แก่ การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นอยู่ที่ 5.2% แนวโน้มค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเฉลี่ยทั้งปี 29.9 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่คาด 50.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และรายจ่ายภาคสาธารณะที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบ 4.24 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.6% ขณะที่การส่งออกคาดขยายตัว 6.2% และนำเข้าคาดขยายตัว 7.8% 

“เศรษฐกิจไทยปีนี้ มองว่าจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ทั้งการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ความสำเร็จในการฉีดวัคซีนของประเทศต่างๆ นโยบายทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน ขณะที่คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 63 จะดีขึ้นกว่าที่คาดไว้ โดยมียอดติดลบน้อยลงจากเดิมที่คาดลบ 7.7% เหลือลบ 6.5%”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น