อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564

"เจ้าท่า" ลุยปลูกป่า 7 เดือน 7,777 ต้น สร้างพื้นที่สีเขียว

ลุยโครงการกรมเจ้าท่าร่วมพัฒนาแหล่งน้ำ สร้างสิ่งแวดล้อม พร้อมใจปลูกป่า 7 เดือน 7,777 ต้น เริ่ม ธ.ค.63-มิ.ย.64 สร้างความชุ่มชื้นพื้นดินพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 18.55 น.


นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยว่า ตนมีแนวนโยบายให้กรมเจ้าท่าเป็นมากกว่ากรมเจ้าท่า ซึ่งนอกจากปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจหลักแล้ว ได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อสร้างความสามัคคีและมิตรภาพที่ดีระหว่างองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนให้เกิดความเข้มแข็ง โดยได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงานในสังกัด ดำเนินการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม อาทิ กิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาท้องถิ่นคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ การปลูกต้นไม้เศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูสภาพดินภายในบริเวณพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำให้มีความสมบูรณ์ ทำให้พื้นที่เกิดความชุ่มชื้นและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

ดังนั้นจึงได้ดำเนินโครงการ “กรมเจ้าท่าร่วมพัฒนาแหล่งน้ำ สร้างสิ่งแวดล้อม พร้อมใจปลูกป่า 7 เดือน 7,777 ต้น” เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 7 ประกอบด้วยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา จำนวน 5 สาขา ได้แก่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหนองคาย อุบลราชธานี นครราชสีมา นครพนม และขอนแก่น

ซึ่งเป็นสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ได้จัดโครงการฯ ดังกล่าวโดยปลูกต้นไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ จำนวน 7,777 ต้น อาทิ ต้นชิงชัน พะยูง พะยอม ยางนา อินทนิล ต้นไม้ป่า และต้นไม้ประจำถิ่นในพื้นที่สาธารณประโยชน์หรือพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำในภาคอีสาน โครงการนี้ใช้ระยะเวลาดำเนินการ ตั้งแต่เดือน ธ.ค.63-เดือน มิ.ย.64 โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ เป็นการดำเนินการภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และจิตอาสาในพื้นที่



นายวิทยา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กรมเจ้าท่า ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่เกิดขึ้นโดยมนุษย์ จากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ออกสู่บรรยากาศโลกในช่วงเวลากว่า 150 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของกรมเจ้าท่า ได้ขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ในการร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชน พัฒนาเรือโดยสารทุกรูปแบบให้หันมาใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทน เพื่อลดสภาวะโลกร้อนและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

อีกทั้งการจัดกิจกรรม CSR ต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปลูกหญ้าแฝกบริเวณริมแม่น้ำ การปล่อยพันธุ์ปลาท้องถิ่นลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และการปลูกป่า ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาเพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน ตามแนวทางพระราชดำริ ให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยการพึ่งพาของคนและป่าอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทรงส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการปลูกป่า การจัดการทรัพยากรและส่งเสริมอาชีพ สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ตนเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพระราชดำริที่ส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อการฟื้นฟูและการปลูกป่าอย่างยั่งยืน

 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น