อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564

รัฐเร่งหาวิธีออมสร้างหลักประกันชีวิต รองรับสังคมสูงวัย

รัฐเร่งหาวิธีหนุนคนออมเงินมีหลักประกันในชีวิต รองรับสังคมสูงวัยคนไทย หลังพบ 14.5 ล้านคนขาดการออม รอเพียงเบี้ยยังชีพฯอย่างเดียว พุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.02 น.


นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ในปี 2566 และสังคมสูงสัยระดับสุดยอดในปี 2576 ซึ่งการออมในผู้สูงอายุยังไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงในชีวิต โดยในปัจจุบันแรงงานมีทั้งสิ้น 37.9 ล้านคน แบ่งเป็นแรงงานในระบบ 17.5 ล้านคน มีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคมมาตรา 33 และมาตรา 39 ซึ่งได้รับเงินบำนาญจากกองทุนฯและเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ขณะที่แรงงานนอกระบบ 20.4 ล้านคน มีเพียงการออมภาคสมัครใจที่รัฐจัดให้ เป็นกองทุนประกันสังคมมาตรา 40 จำนวน 3.5 ล้านคน และกองทุนการออมแห่งชาติ 2.4 ล้านคน ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มได้รับเบี้ยยังชีพฯด้วย แต่ยังมีอีก 14.5 ล้านคนได้รับเพียงเบี้ยยังชีพฯอย่างเดียว โดยกลุ่มนี้ภาครัฐอยู่ระหว่างหาแนวทางให้เข้าสู่ระบบการออม ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ทั้ง 14.5 ล้านคนจะใช้ชีวิตหลังเกษียณด้วยเบี้ยยังชีพฯเท่านั้น ทำให้รัฐต้องเร่งหาวิธีให้กลุ่มนี้เข้าสู่การออมเพื่อมีหลักประกันการใช้ชีวิตต่อไป

สำหรับตลาดแรงงานในปี 2563 มีผู้ว่างงาน 6.51 แสนคน หรือ 1.69% เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีผู้ว่างงาน 3.7 แสนคน หรือ 0.98% คิดเป็นผู้ว่างงานเพิ่มเกือบ 3 แสนคน ในรอบปี 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ตกงานหรือต้องออกจากงาน โดยจำนวนผู้ว่างงานแบ่งเป็นผู้ที่เคยทำงานมาก่อน 4.13 แสนคน และผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 2.38 แสนคน เช่นเดียวกับชั่วโมงการทำงานที่ลดลงด้วย ซึ่งจากการสำรวจพบว่ารายได้ครัวเรือนปี 2563 เหลือเพียง 23,615 บาท ลดลง 10.45% จากปี 2562 ที่ครัวเรือนมีรายได้ 26,371 บาท

ทั้งนี้แรงงานในภาคเอกชนมีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ย 43.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลดลงจาก 45.8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนการทำงานล่วงเวลา หรือโอที ซึ่งทำงานมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ลดลงถึง 17.1% ขณะที่ผู้ทำงานน้อยกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มีถึง 1.24 ล้านคน เพิ่มขึ้น 135% ทำให้แรงงานรายได้ลดลงและอาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ โดยสศช.อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงแรงงาน ถึงการจัดเตรียมโครงการรักษาระดับการจ้างงาน เพื่อไม่ให้ตกงานและให้มีงานทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องดำเนินการ แต่จะรูปแบบจะเป็นอย่างไร ขณะนี้กำลังเตรียมโครงการอยู่ ยังไม่สามารถเปิดรายละเอียดได้

นายดนุชา กล่าวว่า ในปี 2564 ยังมีความเสี่ยงด้านแรงงาน จากการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แม้ไทยใกล้จะได้รับการฉีดวัคซีน แต่จะเป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกว่าจะมีล็อตใหญ่ของวัคซีนเดือน พ.ค.-มิ.ย. ทำให้ช่วงนี้มีความจำเป็นต้องดูแลสาธารณสุข และเตรียมการดูแลเกษตรกรที่ใกล้จะเกิดภัยแล้งในอีกไม่นาน รวมทั้งต้องเพิ่มทักษะแรงงานด้านเทคโนโลยีดิจิตอลให้มีทักษะสูงขึ้น ควบคู่รักษาระดับการจ้างงานต่อเนื่องป้องกันการเกิดว่างงานด้วย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น