อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564

รัฐเร่งหาวิธีออมสร้างหลักประกันชีวิต รองรับสังคมสูงวัย

รัฐเร่งหาวิธีหนุนคนออมเงินมีหลักประกันในชีวิต รองรับสังคมสูงวัยคนไทย หลังพบ 14.5 ล้านคนขาดการออม รอเพียงเบี้ยยังชีพฯอย่างเดียว พุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.02 น.


นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ในปี 2566 และสังคมสูงสัยระดับสุดยอดในปี 2576 ซึ่งการออมในผู้สูงอายุยังไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงในชีวิต โดยในปัจจุบันแรงงานมีทั้งสิ้น 37.9 ล้านคน แบ่งเป็นแรงงานในระบบ 17.5 ล้านคน มีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคมมาตรา 33 และมาตรา 39 ซึ่งได้รับเงินบำนาญจากกองทุนฯและเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ขณะที่แรงงานนอกระบบ 20.4 ล้านคน มีเพียงการออมภาคสมัครใจที่รัฐจัดให้ เป็นกองทุนประกันสังคมมาตรา 40 จำนวน 3.5 ล้านคน และกองทุนการออมแห่งชาติ 2.4 ล้านคน ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มได้รับเบี้ยยังชีพฯด้วย แต่ยังมีอีก 14.5 ล้านคนได้รับเพียงเบี้ยยังชีพฯอย่างเดียว โดยกลุ่มนี้ภาครัฐอยู่ระหว่างหาแนวทางให้เข้าสู่ระบบการออม ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ทั้ง 14.5 ล้านคนจะใช้ชีวิตหลังเกษียณด้วยเบี้ยยังชีพฯเท่านั้น ทำให้รัฐต้องเร่งหาวิธีให้กลุ่มนี้เข้าสู่การออมเพื่อมีหลักประกันการใช้ชีวิตต่อไป

สำหรับตลาดแรงงานในปี 2563 มีผู้ว่างงาน 6.51 แสนคน หรือ 1.69% เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีผู้ว่างงาน 3.7 แสนคน หรือ 0.98% คิดเป็นผู้ว่างงานเพิ่มเกือบ 3 แสนคน ในรอบปี 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ตกงานหรือต้องออกจากงาน โดยจำนวนผู้ว่างงานแบ่งเป็นผู้ที่เคยทำงานมาก่อน 4.13 แสนคน และผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 2.38 แสนคน เช่นเดียวกับชั่วโมงการทำงานที่ลดลงด้วย ซึ่งจากการสำรวจพบว่ารายได้ครัวเรือนปี 2563 เหลือเพียง 23,615 บาท ลดลง 10.45% จากปี 2562 ที่ครัวเรือนมีรายได้ 26,371 บาท

ทั้งนี้แรงงานในภาคเอกชนมีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ย 43.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลดลงจาก 45.8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนการทำงานล่วงเวลา หรือโอที ซึ่งทำงานมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ลดลงถึง 17.1% ขณะที่ผู้ทำงานน้อยกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มีถึง 1.24 ล้านคน เพิ่มขึ้น 135% ทำให้แรงงานรายได้ลดลงและอาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ โดยสศช.อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงแรงงาน ถึงการจัดเตรียมโครงการรักษาระดับการจ้างงาน เพื่อไม่ให้ตกงานและให้มีงานทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องดำเนินการ แต่จะรูปแบบจะเป็นอย่างไร ขณะนี้กำลังเตรียมโครงการอยู่ ยังไม่สามารถเปิดรายละเอียดได้

นายดนุชา กล่าวว่า ในปี 2564 ยังมีความเสี่ยงด้านแรงงาน จากการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แม้ไทยใกล้จะได้รับการฉีดวัคซีน แต่จะเป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกว่าจะมีล็อตใหญ่ของวัคซีนเดือน พ.ค.-มิ.ย. ทำให้ช่วงนี้มีความจำเป็นต้องดูแลสาธารณสุข และเตรียมการดูแลเกษตรกรที่ใกล้จะเกิดภัยแล้งในอีกไม่นาน รวมทั้งต้องเพิ่มทักษะแรงงานด้านเทคโนโลยีดิจิตอลให้มีทักษะสูงขึ้น ควบคู่รักษาระดับการจ้างงานต่อเนื่องป้องกันการเกิดว่างงานด้วย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น