อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

เปิดใช้ปีหน้า "สะพานข้ามคลองดู" เชื่อมเกาะสู่แผ่นดินใหญ่

ทช. เผยคืบหน้ากว่า 22% สร้างสะพานข้ามคลองดู อ.ละงู จ.สตูล งบ 291 ล้านบาท คาดเสร็จปี 65 แก้ปัญหาเดินทางเชื่อมระหว่างเกาะกับบนฝั่งแผ่นดินใหญ่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย หนุนขนส่งสินค้าเกษตรและประมง   พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564 เวลา 11.18 น.


นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ทช. อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองดู อ.ละงู จ.สตูล งบประมาณ 291 ล้านบาท ปัจจุบันผลงานมีความก้าวหน้ากว่า 22% เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ ขณะนี้กำลังติดตั้งคานคอนกรีตอัดแรงรูปตัวไอ งานวางแผ่นพื้นสำเร็จรูป และงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะฐานรากช่วงกลางน้ำ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 65  

สำหรับโครงการนี้ได้ก่อสร้างสะพานแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาว 1,320 เมตร พร้อมก่อสร้างถนนคอนกรีตต่อเชื่อม ยาว 1,742 เมตร ขนาด 2 ช่องจราจร ไป-กลับ บริเวณบ้านตันหยงละไน้ ถึง บ้านสุไหงมูโซ๊ะ ซึ่งได้ดำเนินการเนื่องจาก จ.สตูล ขอให้ ทช.พิจารณาสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างสะพานข้ามคลองดู เพราะ จ.สตูล ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนบ้านสุไหงมูโซ๊ะ หมู่ 5 ต.แหลมสน อ.ละงู ว่าหมู่บ้านมีสภาพพื้นที่เป็นเกาะตั้งอยู่ใกล้กับบ้านตันหยงละไน้ หมู่ 1 บนฝั่งแผ่นดินใหญ่ ยังไม่มีถนน/ไฟฟ้า ทำให้การเดินทางระหว่างเกาะกับแผ่นดินใหญ่เป็นไปด้วยความยากลำบาก การเดินทางด้วยเรือต้องอาศัยจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเลและเสี่ยงภัยคลื่นลมในช่วงมรสุม  



นายปฐม กล่าวต่อว่า ดังนั้น ทช. จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองดู อ.ละงู เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนบนเกาะบ้านสุไหงมูโซ๊ะ ให้สามารถเดินทางเชื่อมระหว่างเกาะกับบนฝั่งแผ่นดินใหญ่บ้านตันหยงละไน้ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ประหยัดเวลาในการเดินทางไปโรงพยาบาลเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน หรืออพยพประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติในอนาคต ส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางการเกษตรและประมงให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สอดรับกับนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม  

ทั้งนี้ ระหว่างการก่อสร้าง ทช.จะจัดประชุมการมีส่วนร่วมภาคประชาชน จำนวน 4 ครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นและนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด นอกจากนี้สำหรับที่ตั้งโครงการซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงจำเป็นต้องขอยกเว้นมติ ครม. เพื่อขอใช้พื้นที่สำหรับดำเนินโครงการ โดย ทช. ได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) มีมติเห็นชอบ จากนั้น ครม. จึงได้เห็นชอบให้โครงการใช้ประโยชน์ในเขตป่าชายเลน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ต่อไป 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น