อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564

โยนโจทย์กฟผ.ดึงชาวบ้านเลิกใช้เตาแก๊ส!

“สุพัฒนพงษ์" โยนโจทย์ใหญ่ กฟผ.ดึงชาวบ้านเลิกใช้เตาแก๊สหันใช้เตาไฟฟ้าแทน หวังเลิกจ่ายเงินชดเชย พร้อมศึกษาเช่าแบตใส่มอไซค์ไฟฟ้า แบบเช่าถังแก๊ส ชี้โซลาร์ฯ ทบ. 3 หมื่นเมกะวัตต์ ยังเป็นแค่โครงการศึกษายังไม่ใส่ในแผนพลังงานแห่งชาติ พฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564 เวลา 15.22 น.


นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยภายหลังนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดงานประกาศเจตนารมณ์การจัดการพลังงาน คุณภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อมว่า นายสุพัฒนพงษ์ ได้ให้โจทย์ กฟผ.ศึกษาแนวทางส่งเสริมประชาชน ที่ทำอาหารหันมาใช้เตาแม่เหล็กไฟฟ้า แทนใช้เตาแก๊สให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้ก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจีในการทำอาหารเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องชดเชยราคาอย่างต่อเนื่อง  

นอกจากนี้ได้ให้ กฟผ.ไปพิจารณาแนวทางการส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีไบค์ ที่ กฟผ.เองได้พัฒนาแบรนด์อีแกท อีไบค์ อยู่แล้วในขณะนี้แต่พบว่า ราคารถเมื่อรวมแบตเตอรี่ยังสูงถึงคันละ 85,000 บาท โดยพบว่า แบตเตอรี่ราคาคิดเป็น 50% จึงเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขายเฉพาะตัวรถ แล้วแบตเตอรี่ให้ซื้อหรือเช่าเฉพาะ เหมือนกับระบบการเปลี่ยนถังก๊าซแอลพีจี ปัจจุบันจะทำให้รถอีวีสามารถแข่งขันกับรถน้ำมันได้มากขึ้น ซึ่ง กฟผ.จะเร่งไปหารือข้อสรุปทั้งหมดอีกครั้ง  



นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน  กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติ ซึ่งจะต้องหารือกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมควบคุมมลพิษ กฟผ. บมจ.ปตท. เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนให้ไทยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ โดยกรณีโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน หรือโซลาร์ฟาร์ม ของกองทัพบก (ทบ.) ที่คาดว่า มีศักยภาพถึง 30,000 เมกะวัตต์จะถูกบรรจุในแผนพลังงานแห่งชาติด้วยหรือไม่ จำเป็นต้องรอผลการศึกษาเพราะโครงการดังกล่าวเป็นเพียงการศึกษาเท่านั้นยังจำเป็นต้องบูรณาการกับทุกฝ่าย  
 
"โซลาร์ฟาร์มของ ทบ.ที่ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำร่อง ต.แก่งเสี้ยน อ.เมืองจ.กาญจนบุรี จำนวน 300 เมกกะวัตต์  ในพื้นที่ 3,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นที่ราชพัสดุที่อยู่ในความดูแลของ ทบ. เป็นโครงการเพื่อการศึกษาศักยภาพเท่านั้น ผมว่าหลายๆ หน่วยงานในไทยมีความปรารถนาดี เช่นเดียวกับโครงการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่ขณะนี้จะนำร่อง 500 เมกะวัตต์ก็ต้องมาศึกษาถึงความเหมาะสมร่วมกันอีกครั้ง"
               
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น