อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

เปิดกักตัวบนเรือยอชท์ฟื้นท่องเที่ยวภูเก็ต

ดีป้า จับมือ เอไอเอส และเอกชน นำเทคโนโลยี 5จี ช่วยติดตามการกักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติบนเรือยอชท์ เป็นครั้งแรกในไทย หวังช่วยพลิกฟื้นภาคท่องเที่ยวของภูเก็ต หลังปี 63 สูญรายได้กว่า 3.2 แสนล้านบาท จันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564 เวลา 19.46 น.


นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.ภูเก็ต ที่สูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวสูงกว่า 320,000 ล้านบาทในปี 63 ที่ผ่านมา ทาง ดีป้า จึงร่วมมือกับ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส, บริษัทพีเอ็มเอชโฮลดิ้ง จำกัด (โพโม) กลุ่มผู้ประกอบการบริหารจัดการท่าเรือ และสมาคมธุรกิจเรือยอชต์ไทย จัดทำ โครงการกักตัววิถีใหม่บนเรือยอชท์ ครั้งแรกในไทย ด้วยแพลตฟอร์มนวัตกรรมสายรัดข้อมือติดตามสุขภาพอัจฉริยะ ผ่านเทคโนโลยีเอ็นบี-ไอโอที และเครื่องมือมอนิเตอร์ข้อมูลสุขภาพของนักท่องเที่ยวระหว่างกักตัว 14 วัน ทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
 


นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า โครงการนี้ได้ใช้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไอโอทีบนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่สามารถกระจายสัญญาณออกไปในทะเลได้มากกว่า 10 กม. พร้อมด้วยแพลตฟอร์มคลาวด์ มาเป็นเครือข่ายหลักเชื่อมต่อกับนวัตกรรมสายรัดข้อมือติดตามสุขภาพอัจฉริยะ ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท พีเอ็มเอช โฮลดิ้ง หรือ โพโม จะมอนิเตอร์ข้อมูลสุขภาพของนักท่องเที่ยว ทั้งอุณหภูมิร่างกาย, อัตราการเต้นของหัวใจ, สัญญาณชีพจร รวมถึงพิกัดของนักท่องเที่ยว และส่งข้อมูลต่อมายังแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ให้วิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงด้านสุขภาพของนักท่องเที่ยวได้แบบเรียลไทม์ระหว่างกักตัว 14 วันบนเรือก่อนเดินทางขึ้นบกเพื่อท่องเที่ยวต่อไป
 

น.ส.ตัญญุตา สิงห์มณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย แปซิฟิค ซุปเปอร์ยอชท์ จำกัด ตัวแทนสมาคมธุรกิจเรือยอร์ชไทย กล่าวว่า ได้เสนอโครงการฯ ให้ภาครัฐพิจารณาโดยเรือ 1 ลำ จะมีนักท่องเที่ยวกักตัว 8-15 คน ค่าใช้จ่ายจะคิดเป็นแพ็กเกจ ซึ่งหลังดำเนินโครงการมาได้ 2 เดือน มีสถิติการติดเชื้อโควิดเป็นศูนย์ มีรายได้กระจายให้คนในท้องถิ่นแล้วประมาณ 600 ล้านบาท.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น