อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564

จีนสั่งนำเข้าทุเรียนไทยเพิ่มขึ้น14% พาณิชย์แนะเร่งแปรรูปขยายตลาด

เอฟทีเอ ดัน ทุเรียนไทยโตติดลมบนในจีน เผยตั้งแต่ปี 46 จนถึง 63 เติบโต 79,300% แนะมีอีก 17 ประเทศ ไม่เก็บภาษีไทย และแปรรูปทุเรียนทอด–สด ส่งออกเพิ่ม   อังคารที่ 4 พฤษภาคม 2564 เวลา 16.24 น.


นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สถิติการส่งออกทุเรียนไทยในไตรมาสแรกของปี 64 (ม.ค.-มี.ค.) ยังคงครองแชมป์ผู้ส่งออกทุเรียนอันดับ 1 ของโลก และครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในจีน โดยไทยส่งออกทุเรียนสดไปจีนถึง 186 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 63 คิดเป็นสัดส่วน 88% ของการส่งออกทุเรียนสดทั้งหมด รองลงมาเป็นฮ่องกง 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเวียดนาม 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“การส่งออกทุเรียนสดของไทยไปจีนขยายตัวอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 46 ซึ่งเป็นปีที่จีนเริ่มต้นยกเว้นภาษีนำเข้าทุเรียนสดให้ไทยภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-จีน ทำให้ทุเรียนไทยมีศักยภาพทางการแข่งขัน จนปัจจุบันสามารถครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอับดับหนึ่งในจีน และหากเทียบการส่งออกในปี 63 กับปี 46 ซึ่งเป็นปีที่จีนเริ่มต้นยกเว้นภาษีนำเข้าทุเรียนสดให้ไทย การส่งออกทุเรียนเติบโตแบบก้าวกระโดด 79,300% โดยปี 63 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปจีน มูลค่า 1,509 ล้านดอลลาร์สหรัฐ”  

นางอรมน กล่าวว่า การเติบโของการส่งออกทุเรียนสดไปจีน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเอฟทีเอ  ที่ช่วยขจัดอุปสรรคทางภาษี และสร้างความได้เปรียบให้สินค้าไทยในต่างประเทศ โดยปัจจุบันทุเรียนสดไทยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าในอีก 17 ประเทศคู่ค้า ได้แก่ อาเซียน 9 ประเทศ จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น อินเดีย ชิลี และเปรู เหลือเพียงเกาหลีใต้ที่ยังเก็บภาษีนำเข้าทุเรียนจากไทย 36% แต่คาดว่าจะลดลงได้ หลังความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซป) มีผลบังคับใช้ 

“ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคนิยมผลไม้มากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่เกษตรกรจะส่งออกได้อีก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยจะเพิ่มรูปแบบสินค้าในการส่งออก เพราะนอกจากทุเรียนสดแล้วอาจจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ทุเรียนแปรรูปอื่นๆ แปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยว ทุเรียนทอด และทุเรียนอบแห้งด้วยเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญจะต้องรักษามาตรฐานสินค้าและพัฒนาคุณภาพการผลิตสม่ำเสมอ โดยพิถีพิถันตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ มีใบรับรองสุขอนามัยพืช และระมัดระวังเรื่องการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง เนื่องจากตลาดในหลายประเทศเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยสารพิษหรือเกษตรอินทรีย์”  
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น