อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 8 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 8 ธันวาคม 2564

'ผู้ว่าธปท.'คาดเศรษฐกิจฟื้นเท่าก่อนโควิด อาจรอไตรมาสแรก'66

ผู้ว่าแบงก์ชาติ ชี้โควิดรอบสาม พ่นพิษเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าคาด ลากยาวถึงไตรมาสแรกปี 66 จันทร์ที่ 31 พฤษภาคม 2564 เวลา 18.10 น.


นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกสามตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และการกระจายวัคซีนที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้คาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยต้องใช้เวลา ซึ่งอาจต้องรอถึงไตรมาสแรกของปี 66 กว่าจะกลับมาสู่ระดับก่อนโควิด จากเดิมที่ ธปท.เคยคาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิดในไตรมาส 3 ปี 65 เนื่องจากการระบาดยังเกิดขึ้นอยู่หลายระลอกและผลมาตรการควบคุมยังกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังส่งผลไปถึงกำลังซื้อและกิจกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค ธุรกิจในภาคการค้าและบริการโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีได้รับผลซ้ำเติมต่อเนื่อง ซึ่งความรุนแรงของผลกระทบและความทนทานของธุรกิจต้องวัดกันที่สายป่านเป็นสำคัญ บางธุรกิจที่สายป่านสั้น ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว หลายธุรกิจขาดรายได้ กระทบสภาพคล่องทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้ในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกตินี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีจึงต้องการความช่วยเหลือเยียวยาโดยเร่งด่วน

ขณะเดียวกันกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว ทำให้ต้องเร่งแก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่องของเอสเอ็มอี ไม่ให้ลุกลามไปกว่านี้ โดยภาครัฐและ ธปท. มีบทบาทในการช่วยลดความเสี่ยงภาพรวมของเอสเอ็มอี ออกมาตรการฟื้นฟู และขยายเงื่อนไข เพิ่มกลไก บสย. ในการรองรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ส่วนสถาบันการเงิน มีบทบาทในการประสานงานและเชื่อมต่อข้อมูลจากผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ และปรับแนวทางการประเมินความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ

ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ มีบทบาทสำคัญในการประสานความช่วยเหลือระหว่างสถาบันการเงินกับคู่ค้ารายย่อย รวมทั้งสนับสนุนข้อมูลของคู่ค้าที่เดิมยากที่จะเข้าถึงให้กับสถาบันการเงิน เพื่อประกอบการประเมินสินเชื่อและความเสี่ยงให้ได้ภาพครบถ้วนขึ้น และธุรกิจเอสเอ็มอีควรปรับตัวเตรียมพร้อมเพื่อให้อยู่รอดและมีโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนสภาพคล่อง โดยอาจยกระดับการจัดการธุรกิจ เช่น การจัดการเรื่องการเงินและบัญชีให้ได้มาตรฐาน รวมถึงนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยบริหารจัดการต้นทุน กำไร และสต๊อกสินค้าได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข้อมูลฐานะการเงินของเอสเอ็มอี และเพิ่มความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการพิจารณาความเสี่ยงด้วย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 17