อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564

'กรุงไทย คอมพาส'คาดคนไทยใช้รถยนต์ไฟฟ้าแตะล้านคันปี71

ศูนย์วิจัยกรุงไทย คอมพาส คาดคนไทยใช้รถยนต์ไฟฟ้าแตะ 1 ล้านคันปี 71 พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2564 เวลา 15.30 น.


นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยกรุงไทย คอมพาส ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ได้ประเมินการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทในไทยจะอยู่ที่ 1 ล้านคันในปี 71 ตามการเพิ่มขึ้นจากยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดเป็นหลัก หลังจากในปีที่ผ่านมา โควิด-19 กระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกจนเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้ากลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกที่สูงถึง 3.2 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 43% เช่นเดียวกับในไทยที่มียอดจดทะเบียนสูงถึง 30,000 คัน หรือขยายตัวถึง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สวนทางยอดขายรถยนต์รวมที่ลดลง 21%

“เริ่มเห็นการตื่นตัวจากภาครัฐในต่างประเทศในการแก้ไขประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมตามข้อตกลงปารีส โดยเฉพาะนโยบายยกเลิกการขายยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับการปรับตัวของผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่หันไปทำตลาดยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ตลอดจนความสนใจของผู้บริโภคเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าที่มากขึ้นกว่าแต่ก่อน เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้จำนวนยานยนต์ไฟฟ้าสะสมทั่วโลกมีโอกาสแตะระดับ 25-45 ล้านคันได้ภายในปี 73 จาก 10 ล้านคันในปัจจุบัน”  

นายมานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์วิจัยกรุงไทย คอมพาส กล่าวว่า ยอดใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในไทยสิ้นปี 63 มีอยู่เพียง 1.9 แสนคัน หรือคิดเป็น 1% ของยานยนต์ทั้งหมด ถือว่ายังมีขนาดเล็กและอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ข้อได้เปรียบของไทยในการเป็นฐานผลิตยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิมและกลยุทธ์การทำตลาดของผู้ผลิตยานยนต์ในประเทศที่ยังคงเน้นทำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด จะเป็นส่วนเสริมให้ยอดใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ 1 ล้านคันได้ในปี 71 หรือขยายตัวเฉลี่ย 24% ต่อปี จากยอดใช้ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดที่คาดว่าจะมีสัดส่วนสูงถึง 93% ของยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด

“มาตรการภาครัฐที่สนับสนุนทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค จะเป็นส่วนสำคัญให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยมีโอกาสต่อยอดเป็นฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดที่แข็งแกร่งของภูมิภาคในอนาคตต่อไป”

น.ส.พิมฉัตร เอกฉันท์ นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัยกรุงไทยคอมพาส กล่าวว่า การเป็นฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดของไทย นอกจากจะช่วยรักษาตลาดผู้ผลิตในกลุ่มเครื่องยนต์สันดาปในประเทศ รวมถึงห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องในระยะปานกลางแล้ว ยังส่งผลดีต่อผู้ผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้า ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตวัสดุน้ำหนักเบาและแข็งแรงอีกด้วย แต่ยานยนต์ปราศจากการปล่อยมลพิษเพิ่มขึ้นไปสู่เศรษฐกิจพลังงานสะอาดจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงถึงเกือบ 3 แสนล้านบาท หรือ 20% ของรายได้ของผู้ผลิตชิ้นส่วนในตลาดทั้งหมด

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 12