อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม 2564

"สบพ."เปิดยอด สมัครเรียน"นักบิน"เป็นศูนย์!!

โควิดพ่นพิษหนัก! อุตสาหกรรมการบินพัง คนเมินเรียนเป็นนักบิน สบพ. เปิดตัวเลขปี 64 ยอดสมัครเรียนนักบินเป็นศูนย์ รายได้หดเหลือปีละ 150 ล้าน นักศึกษาไม่ถึงเป้า เร่งคลอดหลักสูตรใหม่ ปีงบ 65 ลุยลงทุน 35 ล้าน สร้างห้องแล็บ-โต๊ะฝึกปฏิบัติ  จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 10.00 น.

น.ส.ภัคณัฏฐ์ มากช่วย รักษาการผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) เปิดเผยว่า สบพ. กำลังประสบปัญหาจำนวนนักศึกษาใหม่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยปีการศึกษา 64 ทุกหลักสูตร ทั้งหลักสูตรภาคปกติ ระดับปริญญาตรี-อนุปริญญา, หลักสูตรเทียบโอน และหลักสูตรฝึกอบรม ทั้งภาคพื้น และภาคอากาศ มีผู้สนใจเข้าศึกษารวม 1,583 คน ลดลงจากปกติที่จะมีผู้สนใจเข้าศึกษาปีละประมาณ 2,000 คน นอกจากนี้เมื่อพิจารณาตามรายหลักสูตร พบว่า หลักสูตรภาคปกติ และหลักสูตรเทียบโอน มีผู้สนใจเข้าศึกษาเพียง 421 คน จากจำนวนรับ 546 คน ขณะที่หลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี-เครื่องบิน ตั้งแต่ต้นปี 64 ยังไม่มีผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรนี้แม้แต่คนเดียว ทั้งที่ที่ผ่านมา สบพ. มีการผลิตนักบินได้ปีละประมาณ 100 คน

               

น.ส.ภัคณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่าสายการบินต่างๆ ปลดนักบินออกจากงาน ทำให้หลายคนเชื่อมั่นว่าเรียนหลักสูตรนักบินไปต้องตกงานแน่ เพราะนักบินที่มีอยู่เดิมยังตกงาน จึงน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่มีคนสมัครเข้าเรียนเป็นนักบิน อย่างไรก็ตามตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สบพ. ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ทั้งรายได้ และจำนวนผู้เรียนที่ลดลงต่อเนื่อง โดยปีงบประมาณ 62 ก่อนเกิดโควิด-19 มีรายได้ประมาณ 400 ล้านบาท ปีงบฯ 63 เกิดโควิด-19 รายได้เหลือ 200 ล้านบาท สาเหตุที่ลดลงมาก เนื่องจากหลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรีของศูนย์ฝึกการบินหัวหิน ซึ่งถือเป็นหลักสูตรที่สร้างรายได้หลักให้ สบพ. มีผู้สนใจเข้าเรียนลดลง หลักสูตรนี้มีค่าเล่าเรียนคนละประมาณ 2.3 ล้านบาท ส่วนปีงบฯ 64 มีรายได้ 150 ล้านบาท คาดว่าปีงบฯ 65 รายได้จะลดลงกว่า 150 ล้านบาท
               
น.ส.ภัคณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า สบพ. ไม่ได้นิ่งเฉยกับปัญหานี้ คณะกรรมการ สบพ. มอบให้ผู้บริหารพิจารณาเปิดหลักสูตรฝึกอบรมใหม่ๆ เพื่อรองรับเทรนด์ของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และจูงใจให้คนมาสมัครเรียนมากขึ้น นอกจากนี้ให้เร่งพัฒนาหลักสูตรเป็นอีเลิร์นนิ่ง เพื่อให้สามารถแข่งขันกับสถาบันฝึกอบรมต่างๆ ได้ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้องค์กรทดแทนรายได้จากหลักสูตรที่มีผู้เรียนน้อยลง และยังเป็นไปตามนโยบายของรัฐที่ต้องการให้ สบพ. เพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้ และเพิ่มนักศึกษาให้มากขึ้นหลังจากอาคารหลังใหม่สร้างแล้วเสร็จ ทั้งนี้ สบพ. วางเป้าหมายว่าจะผลิตบุคลากรให้ได้เพิ่มขึ้นจากปีละ 2,000 คน เป็น 3,000 คน และ 5,000 คนในอีก 10 ปี เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรด้านการบิน ซึ่งผู้ที่อยู่ในแวดวงการบินยังมั่นใจว่าอีก 3 ปีข้างหน้าอุตสาหกรรมการบินจะกลับมาเติบโตเหมือนเดิม

               

น.ส.ภัคณัฏฐ์ กล่าวด้วยว่า สบพ. จะเปิดหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้นเพิ่ม 2 หลักสูตร ได้แก่ 1.หลักสูตร Recurrent Airplane ซึ่งเป็นหลักสูตรที่จะสร้างความคุ้นเคยให้กับนักบินที่ว่างเว้นจากการทำการบินมานาน เพื่อเตรียมพร้อมเปิดประเทศ และ 2.หลักสูตร Commercial Pilot Airplane Requalification เป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นสำหรับนักบินที่สำนักงานคณะกรรมการการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ตรวจสอบพบว่าจบหลักสูตรมาโดยที่มีชั่วโมงบินไม่ครบตามที่กำหนดในหลักสูตร ซึ่งมีทั้งเป็นนักบินที่ประจำอยู่ตามสายการบินต่างๆ และเป็นนักบินที่ยังไม่มีงานทำ อย่างไรก็ตามทั้ง 2 หลักสูตรอยู่ระหว่างขอการรับรองจาก กพท. คาดว่าจะเปิดรับสมัครเร็วๆ นี้ 
               
น.ส.ภัคณัฏฐ์ ยังกล่าวด้วยว่า ในปีงบประมาณ 2565 สบพ. ได้รับจัดสรรงบประมาณ 159 ล้านบาท แบ่งเป็น งบลงทุน 35 ล้านบาท จะใช้สร้างห้องฝึกปฏิบัติการในอาคารหลังใหม่สำหรับหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต 3 ห้อง และโต๊ะฝึกปฏิบัติของกองวิชาช่างอีก 2 รายการ และงบดำเนินการ 124 ล้านบาท อาทิ เงินเดือนครู ค่าเช่าที่ราชพัสดุ และค่าวัสดุฝึกบางส่วน อย่างไรก็ตามในปีงบ 65 ถือเป็นปีแรกที่รัฐจัดสรรเงินลงทุนให้เพียง 70% จากเดิมจัดสรรให้ 100% เต็ม ดังนั้นส่วนที่เหลืออีก 30% สบพ. จะต้องนำเงินส่วนหนึ่งที่มีอยู่เดิมมาใช้ดำเนินการสมทบเข้าไปด้วย. 

 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 22