อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

“ดีเอสไอ” เรียกผอ.องค์การเภสัชกรรม แจง 2 ปม

“ดีเอสไอ” เรียกผอ.องค์การเภสัชกรรม แจง 2 ปมส่อทุจริต สร้างโรงงานผลิตวัคซีน-วัตถุดิบผลิตพาราฯปลอมปน รอตรวจเอกสารหาผู้รับผิดชอบอนุมัติสร้างโรงงานวัคซีน หลังพบพิรุธแก้รายละเอียดสัญญา-ซอยงบก่อสร้างแยกส่วน พฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2556 เวลา 02.56 น.

 

เมื่อวันที่ 28  มี.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายกมล  บันไดเพชร  เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  เข้าพบนายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ เพื่อยื่นหนังสือให้ดีเอสไอตรวจสอบกรณีทุจริตขององค์การเภสัชกรรม(อภ.) 2  เรื่องคือกรณีทุจริตการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนที่ ต.ทับกวาง  อ.แก่งคอย  จ.สระบุรี  วงเงิน 1,400 ล้านบาท  และการจัดซื้อวัตถุดิบสำหรับการผลิตยาพาราเซตามอลซึ่งพบมีการปลอมปน โดยนายธาริต  กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับการประสานและรับหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการจากนพ.ประดิษฐ์  สินธวณรงค์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้วโดยจะมอบหมายให้นายธานินทร์  เปรมปรีดิ์  ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามทุจริต เป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบ  เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะเกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชนโดยตรง  ดังนั้นในวันพรุ่งนี้ 29 มี.ค. เวลา 13.00 น.  ตนจะเชิญนพ.วิทิต อรรถเวชกุล  ผอ.องค์การเภสัชกรรม  และผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อมูลรายละเอียดทั้งหมด  จากนั้นในวันที่ 2 เม.ย. จะลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกยาพาราเซตามอลเพื่อดูมาตรฐานการจัดเก็บวัตถุดิบ


ด้านนายธานินทร์  กล่าวว่า   จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นพบว่าในส่วนของการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีน เป็นสัญญาก่อสร้างตั้งแต่ปี 2552  โดยใช้งบประมาณขององค์การเภสัชกรรมทั้งหมดประมาณ 1,400 ล้านบาท  แบ่งเป็นงบก่อสร้างประมาณ 430 ล้านบาท และงบจัดซื้อเครื่องจักรประมาณ 560 ล้านบาท  ล่าสุดการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จเพราะมีปัญหาเรื่องการบริหารงานก่อสร้างซึ่งแยกย่อยส่อพิรุธหลายประการทั้งการก่อสร้างอาคารที่แยกเป็น 2 อาคารในพื้นที่เดียวกันและแยกผู้รับเหมาก่อสร้างเป็น 2 ราย  ขณะที่การออกแบบก่อสร้างมีการแบ่งเป็น 4 สัญญา 4 บริษัท ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเพราะการก่อสร้างมีลักษณะเดียวกันสามารถออกแบบร่วมกันได้   พร้อมกันนี้ยังพบว่าขณะที่การก่อสร้างโรงงานยังไม่แล้วเสร็จและคืบหน้าไปเพียง 40% แต่กลับมีการสั่งซื้อเครื่องจักรมาเก็บไว้แล้ว  ที่สำคัญยังพบว่าในสัญญาการก่อสร้างต่อมาได้เปลี่ยนรายละเอียดสำคัญคือจากการสร้างโรงงานผลิตเชื้อตายมาเป็นโรงงานผลิตเชื้อเป็น ซึ่งต้องใช้เครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีแตกต่างกันมาก ดังนั้น ต้องตรวจสอบว่าเครื่องจักรที่สั่งซื้อมาแล้วเป็นไปตามสเปคในสัญญาเดิมคือเครื่องจักรสำหรับผลิตเชื้อตายหรือเป็นเครื่องจักรตามสัญญาใหม่คือผลิตเชื้อเป็น    เนื่องจากประเด็นดังกล่าวอาจทำให้เกิดข้อสงสัยในการแก้ไขสัญญาใหม่เพื่อเอื้อประโยชน์กับบริษัทเอกชนหรือไม่ 

 
นายธานินทร์  กล่าวต่อว่า  ดีเอสไอจะขอให้ผอ.องค์การเภสัชกรรมและผู้เกี่ยวข้องชี้แจงถึงรายละเอียดสัญญาทั้งหมด เพื่อประกอบการพิจารณาความผิดปกติโดยเฉพาะกรณีที่มีการแบ่งแยกการก่อสร้างออกเป็นส่วนทั้งที่เป็นโครงการเดียวกัน  ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับการแยกงบประมาณซึ่งผูกพันกับอำนาจผู้ลงนามอนุมัติด้วย  ดังนั้นดีเอสไอต้องตรวจสอบหลักฐานอำนาจการลงนามและเหตุผลในการแก้ไขสัญญา ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้มีอำนาจลงนามในส่วนใดบ้างเพราะงบประมาณถูกตัดแบ่งเป็นหลายส่วน ต้องตรวจสอบจากหลักฐานเอกสารเป็นหลัก  ส่วนกรณีจัดซื้อวัตถุดิบสำหรับการผลิตยาพาราเซตามอลซึ่งพบมีการปลอมปนนั้น  เบื้องต้นพบว่าองค์การเภสัชกรรมทหารซึ่งองค์การเภสัชกรรมได้ขอความร่วมมือให้ช่วยผลิตยาพาราเซตามอล เนื่องจากโรงงานขององค์การเภสัชกรรมยาปิดปรับปรุง จึงได้ตรวจสอบและพบว่าวัตถุดิบที่องค์การเภสัชกรรมยาส่งมาให้ช่วยผลิตยามีการปลอมปนจำนวน 10 ตัน จากยอดการสั่งซื้อขององค์การเภสัชกรรมเมื่อปี 2554 ทั้งหมด 48 ตัน อย่างไรก็ตามแม้จะพบการปลอมปนจากยอดการสั่งซื้อเดิมแต่กลับพบว่าองค์การเภสัชกรรมยังคงสั่งซื้อวัตถุดิบจากแหล่งเดิมที่พบว่ามีการปลอมปน อีก 100 ตัน ดังนั้น ดีเอสไอจะต้องตรวจสอบเพื่อให้ทราบว่าวัตถุดิบทั้งหมดมีการปลอมปนจำนวนเท่าใด  เพื่อจะได้ตรวจสอบไปถึงผู้จัดซื้อจัดจ้างเนื่องจากการปลอมปนยาถือว่าเป็นความผิดทั้งคดีอาญาและพ.ร.บ.ยา
 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0