อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ไปฝรั่งเศส

พุธที่ 12 เมษายน 2560 เวลา 23.00 น.

ช่วงก่อนคริสต์มาส ผมและ ดร.บวรศักดิ์ นำคณะนักศึกษาส่วนหนึ่งของสถาบันพระปกเกล้าไปดูงานด้านการบริหารภาครัฐและกฎหมายมหาชนที่ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดและพัฒนากฎหมายมหาชน ที่สำคัญว่าไปแล้วเราก็รับเอาอะไรหลายอย่างมาจากเขาแต่แน่นอนว่ายังทำได้ไม่ดีเท่าเขา

ก่อนถึงวันที่ทางการนัดให้ไปดูงาน พอมีเวลาว่างอยู่ 2 วัน เพื่อไม่ให้มัวแต่เดินชอปปิงเสียดุลการค้าอยู่แถวชองป์เซลิเซ่ ก็ได้ขอให้บริษัททัวร์จัดรายการพาคณะออกไปเที่ยวชนบทของฝรั่งเศสแถบลุ่มแม่น้ำลัวร์อันเป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดในประเทศ จัดเป็น 1 ในปัญจมหานทีของฝรั่งเศสคือลัวร์ โรน กาโรน แซน และไรน์ แม่น้ำลัวร์ไหลจากเหนือลงสู่ฝั่งตะวันออกแล้วผ่านที่ราบสูงกลางประเทศที่เรียกว่า “มาสซิฟ ซองตราล” ไปลงมหาสมุทรแอตแลนติกทางทิศตะวันตก

แม่น้ำลัวร์จะไหลวกวนไปตามหุบเขาและที่ราบ เรียกว่า “วาล เดอ ลา ลัวร์” จึงเกิดเป็นทิวทัศน์งดงามสองฟากฝั่งเช่น ไร่องุ่นชั้นดี นาข้าวสาลีอันอุดมสมบูรณ์ กษัตริย์ฝรั่งเศสและขุนนางเมื่อ 500 ปีก่อนนิยมไปปลูกปราสาทไว้ หนีหนาว หรือล่าสัตว์ ปราสาทแถบแม่น้ำลัวร์ล้วนสวย ๆ งาม ๆ วิจิตรพิสดารเพราะใช้เวลาสร้างนานหลายปี บางแห่งพระองค์นี้สร้างต่อมาพระองค์โน้นมาต่อเติมรวมแล้วจึงมีนับร้อยแห่ง และรสนิยมเจ้านายสมัยก่อนก็ไม่ธรรมดา จึงตกแต่งปิดทองล่องชาดอย่างหรู สั่งทอเทปิสตรีหรือพรมแขวนผนังอย่างงามเลิศ ใช้เครื่องกระเบื้องและภาชนะอย่างอลังการ ประดับด้วยภาพวาดและภาพปั้นแกะสลักอย่างพันลึกพิสดาร

คนที่ไปเที่ยวฝรั่งเศสแล้วจมอยู่แต่ในปารีส เดินอยู่แต่แถวชองป์เซลิเซ่ กาเลอรีส์ ลาฟาแย็ต เครซี่ ฮอร์ส รู้จักแต่หอไอเฟิล เบนลุกซ์ ยูโรดิสนีแลนด์นั้นเชยมาก! ควรหาเวลาไปเดินพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ มีเวลาก็ควรออกไปชมปราสาทสองฝั่งแม่น้ำลัวร์ในชนบทหรือถ้ามีเวลามากขึ้น มีสตางค์มากหน่อยก็ควรลงใต้ไปแถวโปรวองซ์ดูทุ่งลาเวนเดอร์ ชมเมืองชายทะเลงาม ๆ บ้าง อะไร้! จะเฝ้าแต่พระเจ้าหลุยส์ วิตตองท่าเดียวไม่อยากรู้จัก “โอต กูตูร์” สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ฟรังซัวส์ที่ 1 หรือนโปเลียนบ้างหรือไง

ฝรั่งเศสยังมีอะไรที่น่าดูมากกว่าที่ท่านเคยรู้หลายอย่างนัก! ไม่งั้นจะมีคำว่า “อารยธรรมฝรั่งเศส” หรือ!

อย่างปราสาทชองบอร์ดในหุบเขาแม่น้ำลัวร์อันวิจิตรพิสดารของพระเจ้าฟรังซัวส์ที่ 1 สร้างมากว่า 500 ปีแล้ว และใช้เวลาสร้างนานนับร้อยปี แค่บันไดวนขึ้นลงยังถึงกับจ้าง ลีโอนาร์โด ดาวินชี มาออกแบบ ไม่ไกลจากชองบอร์ดเป็นเมืองบลัวส์ มีพระราชวังหลวงใหญ่โตน่าดูมากเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์มาหลายพระองค์

พระราชวังเมืองอองบวสที่อยู่ใกล้กันก็ตระหง่านมโหฬารอยู่บนเนินเขามองลงมาเห็นทุ่งหญ้า ไร่องุ่นและแม่น้ำ ศพของลีโอนาร์โอ ดาวินชี คนวาดรูปโมนาลิซ่าและภาพพระกระยาหารมื้อสุดท้ายของพระเจ้า “เดอะ ลาสต์ ซัปเปอร์” ฝังอยู่ที่พระราชวังแห่งนี้ แต่ที่งามที่สุด อ่อนช้อยและหวานแหววที่สุดในบรรดาปราสาทแห่งแม่น้ำลัวร์คือปราสาทเชอนองโซซึ่งเป็นปราสาทของพระราชินีและฝ่ายในเพราะสตรีผู้มีอิทธิพลในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสหลายคนเป็นผู้สร้างและช่วยกันต่อเติม ความจริงฮวงจุ้ยปราสาทนี้ไม่น่าจะดีนักเพราะสร้างขวางแม่น้ำแชร์แต่สถาปนิกและวิศวกรเก่งมากจึงดูไม่ขัดเขินกลับทำให้ได้ภาพสะท้อนในลำน้ำ สะพานข้ามแม่น้ำก็ดัดแปลงจนดูจากภายในกลายเป็นท้องพระโรง

ผมเคยไปชมปราสาทแห่งแม่น้ำลัวร์เหล่านี้มาแล้วในหน้าร้อน นักท่องเที่ยวเข้าแถวรอเข้าชมยาวเป็นกิโลเมตร แต่ไปคราวนี้ทุกปราสาทมีแต่คณะเราเพราะเป็นหน้าหนาวจัด อุณหภูมิติดลบ แต่ละคนสวมเสื้อหนาว 2-3 ชั้นสวมถุงมือสวมหมวกคลุมหน้าเจาะแต่ลูกตาเดินปากสั่นมือสั่นไปตลอดทาง แต่ก็ได้บรรยากาศอีกแบบ ใครจะว่าบ้าก็บ้าสิวะ!

พอกลับเข้ากรุงปารีสก็มาเจอฝนหน้าหนาวทุกวัน แต่ไปหนนี้ได้ความรู้มาก กงเซย์ เดตาต์ ซึ่งเป็นทั้งศาลปกครองสูงสุดและคณะกรรมการกฤษฎีกาของฝรั่งเศสผสมกันจัดให้สมาชิกสภาแห่งรัฐระดับประธานมาบรรยายและตอบคำถามพวกเราร่วม 2 ชั่วโมง ไปที่เอน่าหรือสถาบันแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานภาครัฐซึ่งผลิตประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีฝรั่งเศสมานับไม่ถ้วนลงทุนไปเชิญศาสตราจารย์ทางกฎหมายรัฐธรรมนูญและเป็นสมาชิกสภาแห่งรัฐด้วยมาบรรยายและตอบคำถามเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอย่างน่าสนใจ ตอนไปที่สภาผู้แทนราษฎรเขาก็พาชมทุกห้องและมอบให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงมาอธิบายกลไกการทำงานของสภาอย่างละเอียด ซึ่งคณะนักศึกษาฝ่ายไทยก็ได้ซักถามอย่างคนเตรียมตัวมาดีเพราะมี ส.ส. ส.ว. และนักวิชาการไปด้วยหลายคน

การดูงานนั้นดูจะเป็นที่นิยมทำกันมาก ถึงจะดูปนเที่ยว ดูปนช้อปก็ขอให้ได้สาระติดกลับมาบ้าง เวลาใครพูดถึงจะได้พอรู้เรื่อง เวลาเราคิดจะปรับเปลี่ยนอะไรจะได้นำมาประยุกต์ดัดแปลงใช้ ไม่ต้องทดลองทำเองใหม่หมด รัชกาลที่ 5 ทรงเป็นตัวอย่างของนักดูงานที่ดีเพราะทรงรับมา “ดัด” และ “แปลง” จนพอเหมาะพอสมกับสภาพของเรา อะไรที่หรูไปแพงไปหรือฝรั่งจ๋าเกินไปก็ไม่ทรงรับเอามา

ดูงานก็เหมือนชอปปิงอย่างหนึ่งเรียกว่าตาดีได้ ตาร้ายเสีย ถ้าดูอย่างช่างสังเกตฟังไปคิดไป จะได้อะไรเยอะเลย บางอย่างดูตอนหน้าร้อนก็ว่าน่าจะรับเอามาใช้บ้านเราได้ แต่พอไปดูหน้าหนาวถึงได้รู้ว่ามันเหมาะกับบ้านเมืองเขาเท่านั้น เห็นจะรับเอามาใช้ไม่เหมาะ!.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

คำสำคัญ

บอกต่อ : 0