อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

ทางออกประเทศยังมืดมน

อีกหนึ่งความพยายามแก้ปัญหาการเมืองท่วงทำนองหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง จะเพื่อรัฐบาลหรือเพื่อชาติก็สุดแล้วแต่มุมมองแต่ละฟากฝ่าย กับข้อเสนอของนายชัยเกษม นิติสิริ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.ยุติธรรม ให้รัฐบาลใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 พฤหัสบดีที่ 17 เมษายน 2557 เวลา 08.17 น.

อีกหนึ่งความพยายามแก้ปัญหาการเมืองท่วงทำนองหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง จะเพื่อรัฐบาลหรือเพื่อชาติก็สุดแล้วแต่มุมมองแต่ละฟากฝ่าย กับข้อเสนอของนายชัยเกษม นิติสิริ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.ยุติธรรม ให้รัฐบาลใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ทูลเกล้าฯ ขอพระราชวินิจฉัยแก้ปัญหาสุญญากาศการเมือง หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะรัฐมนตรี พ้นสภาพความเป็นรัฐมนตรี ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนให้ใช้มาตรา 7 เพื่อให้ได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี “คนกลาง” กลับคัดค้านไม่เห็นด้วย เนื่องเพราะเป็นเรื่องมิบังควร

กอปรกับการเปิดตัวของ “คณะรัฐบุคคล” ด้วยข้อเสนอให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ลงมาทำหน้าที่ในฐานะรัฐบุรุษ พูดคุยกับองค์กรต่าง ๆ ที่เป็นหลักของบ้านเมืองทั้งตุลาการ ทหาร และผู้นำทางสังคม เพื่อร่างพระบรมราชโองการทางออกให้ประเทศ ทูลเกล้าฯ ให้ทรงมีพระราชวินิจฉัย ก่อนทรงลงพระปรมาภิไธย โดยมิสนใจว่าท่าทีก่อนหน้านี้ของ พล.อ.เปรม ที่ได้ปฏิเสธกับผู้สื่อข่าวเมื่อถูกถามถึงการทำหน้าที่เป็น “คนกลาง” ให้คู่ขัดแย้งมาเจรจาหาข้อยุติด้วยวลีเด็ด “คุณคิดว่า เขาจะฟังผมเหรอ” ซึ่งข้อเสนอนี้แม้เป็นเจตนาดี แต่การกระทำให้ถึงฝั่งฝันคงเป็นไปได้ยาก

ท่ามกลางกระแสการเมืองร้อน ช่วงเดือนเมษายนที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะถึงจุดแตกหักชี้ขาด “ใครอยู่ใครไป” อีกทั้งยังมีการท้าชน ประลองกำลังระดมมวลชนสองฝ่ายมาสำแดงพลัง สร้างแรงกดดันอีกฟากฝ่าย กลายเป็นความหวั่นวิตกว่าอาจเกิดเหตุบานปลาย แต่วิธีป้องกันใช่ว่าจะไม่มี เพราะหากการชุมนุม “โชว์พาว” ถูกตีกรอบแยกวงให้อยู่ห่างกันไว้ ก็เชื่อว่า การใช้กำลังเข้าห้ำหั่นก็ไม่น่าเกิดขึ้น เว้นเสียแต่ต่างฝ่ายต่างจงใจให้เกิดการสูญเสีย

หรือไทยทุกคนต้องทำใจยอมรับ หากประเทศชาติวุ่นวาย ระบบการปกครองล้มเหลว มีรัฐบาลเหมือนไม่มี นักการเมือง ผู้นำสังคมแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจไม่หยุดหย่อน การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเฉกเช่นใบไม้ร่วง การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นมืดมน องค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่โดยขาดการยอมรับ ผู้มีปณิธานรับใช้ชาติบ้านเมืองด้วยความจริงใจต้องอับจนสิ้นหนทาง ต่างฝ่ายต่างอ้าง “เพื่อประเทศชาติ” แต่กลับตอกลิ่มให้ผู้คนในสังคมแตกแยกแบ่งฝักฝ่ายมากขึ้น และนับวันทางออกของประเทศก็ยิ่งตีบตัน แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าต้นตอปัญหาคือ “คน” และ “กฎหมาย” แต่ก็แก้ไขไม่ได้ เพราะคู่ขัดแย้งยอมหักไม่ยอมงอ.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0