อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มีนาคม 2562

การศึกษาไทยลงทุนมากผลสัมฤทธิ์ต่ำ

นักวิชาการ ชี้ไทยทุ่มเม็ดเงินด้านการศึกษาสูงแต่คุณภาพเด็กต่ำ แนะวิธีการลงทุนอย่างคุ้มค่า รัฐต้องปรับสัดส่วนการลงทุนใหม่ จัดสรรเงินตามความจำเป็นของผู้เรียน ยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในเมือง หนุนโรงเรียนดีในตำบล จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2558 เวลา 07.13 น.

วันนี้ (25 พ.ค.) ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ได้มีการเสวนาเรื่อง “ความจริงของรายจ่ายการศึกษาไทย" ในโครงการติดตามเศรษฐกิจไทย(ทีอีเอฟ) ครั้งที่ 4 ซึ่ง รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. ในฐานะหัวหน้าโครงการบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ กล่าวตอนหนึ่งว่า จากการเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับการบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2551-2556 พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับสูง โดยในปี 2556 มีมูลค่าถึงกว่า 8แสนล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้เป็นรายจ่ายสำหรับเงินเดือน การพัฒนาครู และการบริหารจัดการ 86% งบลงทุน เช่น การก่อสร้าง และครุภัณฑ์ 4% ส่วนที่เหลืออีก10% แบ่งเป็น การพัฒนาการเรียนการสอนผู้เรียน 6% และค่าเครื่องแบบ เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน 4%

“การลงทุนด้านการศึกษาให้เกิดความคุ้มค่านั้น รัฐต้องปรับสัดส่วนการลงทุน โดยต้องเน้นระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาให้มากขึ้น เน้นการใช้ทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแทนการจัดสรรแบบให้ทั่วถึง คำนึงถึงความแตกต่างตามพื้นที่ภูมิศาสตร์ และความจำเป็นของผู้เรียน ต้องส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษามากขึ้น นอกจากนี้โรงเรียนรัฐขนาดเล็กในเมืองหากไม่จำเป็นควรพิจารณายุบ ควบรวม และควรสนับสนุนโรงเรียนดีในตำบลให้มีคุณภาพ เพื่อเป็นทางเลือกของผู้ปกครอง”รศ.ดร.ชัยยุทธกล่าว

ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญนโยบายด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวว่า โจทย์ของการศึกษาไทยในเวลานี้ ไม่ใช่ว่ามีงบประมาณเพียงพอกับการจัดการศึกษาหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าจะใช้งบฯ อย่างไรให้คุ้มค่า และเกิดคุณภาพต่อการศึกษามากที่สุด ซึ่งขณะนี้ไทยใช้งบฯสูง และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ7% แต่ผลสัมฤทธิ์ของเด็กกลับต่ำ ผิดกับบางประเทศที่ใช้งบฯ น้อยกว่า แต่คุณภาพของเด็กสูงกว่า ดังนั้นจึงต้องมาดูว่ารายจ่ายด้านการศึกษาจุดใดที่ต้องปรับแก้ ซึ่งอยากให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นำผลวิจัยดังกล่าวไปปรับใช้ในเชิงนโยบายด้วย



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 0