อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562

บอร์ดคุรุสภารับทราบที่ปรึกษาลาออก

บอร์ดคุรุสภารับทราบ “เกษม กลั่นยิ่ง”ลาออกจากที่ปรึกษาคุรุสภาอ้างปัญหาสุขภาพ พร้อมแจ้งรองเลขาธิการคุรุสภาต้องพ้นตำแหน่งไปตามการเลิกจ้างเลขาธิการคุรุสภา ขณะเดียวกันเล็งปรับลดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเหลือแค่ 2 ประเภท ศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2558 เวลา 04.00 น.

วันนี้ (19 มิ.ย.) พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาว่า ที่ประชุมรับทราบกรณีที่นายเกษม กลั่นยิ่ง ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ขอลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เป็นประจำ และรับทราบกรณีที่นายสุรินทร์ อินทรรักษา รองเลขาธิการคุรุสภา ลาออกจากตำแน่ง เนื่องจากจะไปรายงานตัวเข้ารับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)เชียงใหม่ เขต2 สำหรับรองเลขาธิการคุรุสภาที่เหลืออีก 3 คน คือ นายสนอง ทาหอม, นายสำเริง กุจิรพันธ์ และนายก๊ก ดอนสำราญ นั้น ที่ประชุมมีมติให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาทำหนังสือแจ้งไปยังทั้ง 3 คน ว่าจะต้องยุติการดำรงตำแหน่งไปด้วย ตามคำสั่งบอกเลิกจ้างนายอำนาจ สุนทรธรรม เลขาธิการคุรุสภา ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.นี้ นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้พิจารณาหนังสืออุทธรณ์การบอกเลิกจ้างของนายอำนาจ รวมถึงกรณีที่นายอำนาจยื่นขอสำเนารายงานการประชุมคุรุสภา ซึ่งส่งคำขอมาตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมมีมติไม่รับอุทธรณ์ และไม่ให้เอกสารตามที่นายอำนาจขอมา

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีการตรวจสอบปัญหาการทุจริตภายในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งนายเกษมเป็นประธานกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฌาปณกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.)นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ซึ่งก็คงต้องรอดูผลการตรวจสอบของหน่วยงานเหล่านี้ หากหน่วยงานใดเห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็สามารถเรียกนายเกษมไปให้ข้อมูลได้

" ที่ประชุมยังหารือถึงเรื่องการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลาย ทั้งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน 2 ปี หนังสืออนุญาตให้ปฏิบัติการสอนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพระยะเวลา 90 วัน ซึ่งผู้ที่ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอนจะต้องไปฝึกอบรม ให้ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู 9 มาตรฐานตามที่คุรุสภากำหนด หรือไปเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูหรือป.บัณฑิตซึ่งที่ประชุมเห็นว่า ควรปรับให้เหลือแค่ 2 ใบ คือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ออกให้แก่ผู้ที่จบจากคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ หรือผู้ขอประกอบวิชาชีพที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา และใบอนุญาตปฏิบัติการสอน 2 ปี ที่ออกให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพที่คุรุสภากำหนด ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นว่าครูที่ปฏิบัติหน้าที่สอนมานานเกิน 4 ปีแล้ว เช่น ครูในโรงเรียนเอกชนก็ควรให้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้เลย โดยที่ประชุมมอบหมายให้นายกมล ศิริบรรณ รองปลัดศธ. ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา ไปพิจารณารายละเอียดและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ และให้นำมาเสนอในการประชุมครั้งต่อไป" รมว.ศธ.กล่าว



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 838