อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562

สั่งสพฐ.คิดเมนูกิจกรรมเพิ่มเวลารู้

"ดาว์พงษ์" มอบการบ้าน สพฐ.คิดเมนูกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ให้แก่เด็ก จี้เร่งทำความเข้าใจครู-โรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มนำร่องวันที่ 1 พ.ย.58 จันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2558 เวลา 05.00 น.

วันนี้ (31ส.ค.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนได้หารือร่วมกับ ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ถึงแนวทางการลดเวลาเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะเป็นรูปแบบลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ให้แก่เด็ก โดยตนได้มอบให้ สพฐ.กลับไปทำการบ้านและนำเสนอรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในช่วงบ่ายของเด็กอีกครั้ง เนื่องจากบางกิจกรรมที่ สพฐ.เสนอมา ยังไม่มีความสมบูรณ์ ซึ่งทุกกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในช่วงบ่ายจะต้องไม่มีผลกระทบต่อผู้เรียน และขอย้ำว่า การให้เลิกเรียนในเวลา 14.00 น.นั้น ยังไม่ได้ปล่อยเด็กกลับบ้าน แต่หากผู้ปกครองคนใดจะขอพากลับก่อนก็ต้องมาแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบเป็นรายกรณีไป

" แนวทางการลดเวลาเรียน ที่ผมคิดไว้อันดับแรก คือ ให้สพฐ.เร่งสร้างความเข้าใจ และตรียมความพร้อมให้แก่ครูและโรงเรียน เพราะจะเริ่มดำเนินการตามนโยบายนี้วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งผมอยากให้สังคมเข้าใจ ว่า การลดชั่วโมงเรียนโดยให้เลิกเรียนในเวลา 14.00 น.นั้น ต้องการให้ใช้ช่วงเวลาก่อนปล่อยเด็กกลับบ้าน ให้เด็กได้ฝึกการเรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้น เช่น กิจกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยอาจให้ชาวบ้านมาช่วยเป็นวิทยากรให้ เป็นต้น ซึ่งจะมีการหมุนเวียนกิจกรรมตลอด โดย สพฐ.จะมีหน้าที่ไปคิดเมนูกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆให้เกิดความเหมาะสมตามสภาพของโรงเรียนในแต่ละพื้นที่" รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้ ศธ.จะค่อยๆทำเพราะเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องทำให้เกิดผลสำเร็จให้ได้ โดยหลังเสร็จสิ้นในภาคเรียนที่ 2 /2558 จะประเมินการทำงานอีกครั้ง สำหรับประเด็นที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าการลดเวลาเรียนอาจส่งผลให้เด็กบางคนที่เรียนอ่อนในวิชาหลักอยู่แล้วจะเรียนไม่ทันเพื่อน นั้น เราจะมีมาตรการช่วยเหลือและไม่ทิ้งเด็กที่เรียนอ่อนแน่นอน ทั้งนี้ ตนจะเร่งสร้างระบบให้ผู้ปกครองเห็นว่า การลดเวลาเรียนเป็นผลดี ซึ่งอาจทำให้ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องส่งบุตรหลานของตนเองไปเรียนพิเศษเลยก็ได้.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 464