อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562

'ดาว์พงษ์'รื้อเกณฑ์ประเมินพีเอ

บอร์ด ก.ค.ศ.สั่งทบทวนเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน โละใหม่ไม่ยึดติดกับผลงานวิชาการ ให้ยึดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนเป็นหลัก จันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2558 เวลา 08.26 น.

วันนี้ (31 ส.ค.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ซึ่งมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศธ. เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้ตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญเฉพาะกิจขึ้น เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะ หรือ เลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือ PA (Performance Agreement) โดยมีตนเป็นประธาน เนื่องจากเห็นว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการประเมินทางวิชาการด้วยการสอบมากเกินไป จึงให้ปรับวิธีการประเมินผลโดยไม่ยึดติดกับผลงานวิชาการ แต่ให้ไปยึดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนเป็นหลัก ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าว พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี อดีต รมว.ศธ.ได้มีการประกาศไว้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.2558 ซึ่งจะมีขั้นตอนของการเข้าสู่การเลื่อนวิทยฐานะ คือ การกลั่นกรอง โดยการสอบวัดความรู้ ความสามารถใน 8 กลุ่มสาระวิชาการเรียนรู้

“ที่ประชุมเห็นว่าควรมีการทบทวนกระบวนการกลั่นกรองบุคคล เพื่อเข้าสู่กระบวนการทดสอบความรู้ความสามารถเชิงทฤษฎี และประเมินประสบการณ์วิชาชีพใหม่ เพราะเราไม่ต้องการครูที่มีแต่ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการครูที่มีความเชี่ยวชาญ และได้รับการยกย่องในรูปแบบอื่น ให้เข้ามารับการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะได้ด้วย โดยแนวทางรูปแบบใหม่ ต้องลดภาระครู ไม่ดึงครูออกจากห้องเรียน เพราะหากครูต้องไปสอบก็เหมือนเป็นการดึงครูออกจากห้องเรียน ทั้งนี้ รมว.ศธ. ยังได้ยกตัวอย่าง ครูในจังหวัดชัยภูมิ ว่า เป็นครูอาวุโสมีผู้นับหน้าถือตามาก แต่ท่านอาจไม่เหมาะกับการสอบ เนื่องจากอายุมากแล้วแต่ก็มีความรู้ความสามารถในการสอน จึงเกรงว่าในลักษณะนี้อาจทำให้ครูเสียโอกาสไม่สามารถสอบแข่งขันกับเด็กรุ่นใหม่ได้” ปลัด ศธ.กล่าว.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 384