อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562

สมศ.คุมเข้มคุณภาพผู้ประเมิน

บอร์ด สมศ. สั่งคุมเข้มคุณภาพผู้ประเมิน เปิดทางผู้พิการ และชาวต่างชาติเข้าร่วมประเมิน หวังยกระดับมาตรฐานสู่อาเซียน ย้ำชัดประเมินรอบสี่ต้องกระตุ้นสถานศึกษาให้พัฒนา ไม่ใช่การจับผิด พุธที่ 30 กันยายน 2558 เวลา 01.23 น.

วันนี้ (30 ก.ย.) ศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ประธานกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการบริหาร สมศ. เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรฐาน และคุณภาพผู้ประเมินของ สมศ. โดยในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (ปีงบประมาณ 2559-2563) ได้มีการปรับคุณสมบัติผู้ประเมิน จากเดิมที่กำหนดว่าต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น เป็นไม่มีการกำหนดสัญชาติ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และในอนาคตจะมีการประเมินร่วมกันกับกลุ่มประเทศอาเซียน จึงต้องยกระดับมาตรฐานการประเมิน โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ประเมินสัญชาติอื่นที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินด้วย โดยเฉพาะในโรงเรียนนานาชาติ และหลักสูตรนานาชาติ นอกจากนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้พิการเข้ามาเป็นผู้ประเมินของ สมศ. ในสถานศึกษา เช่น โรงเรียนสอนคนตาบอด โรงเรียนโสตศึกษา เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจระหว่างผู้ประเมิน และสถานศึกษา อีกทั้งผู้ประเมินจะสามารถแนะนำการพัฒนาโรงเรียนให้ถูกทางมากขึ้นด้วย

“การประเมินรอบสี่ในรูปแบบออนไลน์ จะลดจำนวนผู้ประเมินลงจากเดิม 3,000 คน เหลือ 1,500 คน ซึ่งในจำนวนนี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้ประเมินที่มีความเชี่ยวชาญในการลงไปตรวจเยี่ยมสถานศึกษา 2.กลุ่มผู้ประเมินที่มีความเชี่ยวชาญซึ่งจะประเมินข้อมูลผ่านระบบไอที และ 3.กลุ่มผู้ประเมินที่จะเป็นผู้ตรวจการประเมินซ้ำอีกครั้ง โดยการประเมินรอบสี่นี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำให้มุ่งพัฒนาผู้ประเมินให้ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับ เนื่องจากผู้ประเมินถือเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษา กับ สมศ. ผู้ประเมินจึงต้องมีคุณภาพ และการประเมินต้องเป็นกัลยาณมิตร ดูแลเอื้ออาทร และส่งเสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งการประเมินรอบสี่ต้องเป็นการกระตุ้นให้สถานศึกษาเกิดการพัฒนามากกว่าการลงไปจับผิดสถานศึกษา” ประธานกรรมการบริหาร สมศ. กล่าว.

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 132