อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564

"อาปัติ" ได้ฉายแล้วติดเรต 18+

คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มีมติเอกฉันท์ อนุญาตให้ฉายหนัง "อาปัติ" ได้ เริ่มรอบแรก16ต.ค.นี้รอบ20.30น.ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็ก ย้ำหากใครนำหนัง "อาบัติ" เวอร์ชั่นที่ถูกห้ามฉายไปฉายในโรงอย่างผิดกฎหมาย มีโทษปรับ 2 แสน-1 ล้านบาท ศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2558 เวลา 08.27 น.

หลังจากคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มีมติเสียงข้างมากห้ามฉายภาพยนตร์เรื่องอาบัติ ของบริษัทสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ส่งผลให้ผู้สร้างกลับไปปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาภาพยนตร์ใหม่พร้อมเปลี่ยนชื่อ จากอาบัติเป็นอาปัติ ก่อนส่งให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดิทัศน์ตรวจพิจารณาอีกครั้ง  วันนี้ (16ต.ค.)ตั้งแต่เวลา 13.30 น.ที่อาคารสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ชุดที่ 1 ได้มีการประชุมเพื่อตรวจพิจารณาภาพยนตร์เรื่องอาปัติ โดยมีนายสมบัติ ภู่กาญจน์ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์คณะอื่นๆที่มีอยู่ทั้งหมด 5 คณะเข้าร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งใช้ระยะเวลาพิจารณานานกว่า 2 ชั่วโมง

นายสมบัติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ฯ  จำนวน 5 คน มีมติเป็นเอกฉันท์อนุญาตให้ฉายภาพยนตร์เรื่องอาปัติได้ในเรต ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยคณะกรรมการฯได้พิจารณาแล้วพบว่า ไม่มีฉากที่ล่อแหลม และไม่มีภาพที่น่าวิตกกังวลแล้ว  ขณะเดียวกันพระสงฆ์ที่ได้ร่วมพิจารณาภาพยนตร์เรื่องอาบัติครั้งที่แล้ว ได้เข้าร่วมชมภาพยนตร์และยืนยันว่า ฉากที่ไม่เหมาะสม ล่อแหลม และน่ากลัวหลายฉากได้ถูกตัดออกไปแล้ว โดยเนื้อหาที่ส่งมาใหม่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระ และผี และเรื่องโดยรวมเป็นเรื่องของคนที่เข้าไปอยู่ในพระพุทธศาสนาบวชเป็นสามเณรด้วยความไม่เต็มใจ  เกิดล่วงละเมิดพระธรรมวินัย และต้องรับผลกรรมที่ทำไว้  ซึ่งผู้สร้างพยายามแสดงให้เห็นว่า หากวันหนึ่งมีผู้ที่ไม่ดีเข้าไปอยู่ในพระพุทธศาสนาแล้วจะเป็นเช่นไร ดังนั้นจึงมีมติอนุญาตให้ฉายความยาว  86  นาทีได้

นายสมบัติ กล่าวต่อไปว่า  สำหรับการพิจารณาครั้งนี้จะอนุญาตให้จัดฉายในชื่อของอาปัติเท่านั้น  หากผู้สร้างนำไปจัดฉายโดยใช้ชื่อเรื่องอาบัติ หรือ มีการสลับเวอร์ชั่นเก่าเข้ามา จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายภาพยนตร์และวีดิทัศน์มาตรา 77 และ 78  โดยหากผู้ใดนำไปจัดฉายจะมีโทษปรับ 2 แสนถึง 1 ล้านบาท  ส่วนผู้จัดสร้างมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท  ทั้งนี้ยืนยันว่าคณะกรรมการทั้งหมดทำงานตามกฎหมาย  มีหลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไข โดยใช้หลักความรู้และวิจารณญาณในการชมภาพยนตร์  และได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ตามเนื้อเรื่องของอาปัติ และยืนยันว่าไม่ได้มีการขัดแยังกับคณะกรรมการชุดแรกแต่อย่างใด เพราะไม่มีฉากแบบในภาพยนตร์เรื่องอาบัติอีกแล้ว  ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าหนังก็แรงจริง แต่ก็สะท้อนให้เห็นบาปบุญคุณโทษ  อย่างไรก็ตาม การพิจารณาภาพยนตร์จะกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรให้เป็นบรรทัดฐานคงทำได้ยาก เพราะในพ.ร.บ.ภาพยนตร์จะกำหนดภาพกว้างๆ ไว้เท่านั้น ซึ่งก็ให้คณะกรรมการใช้ดุลยพินิจพิจารณา เพราะหนังไม่มีสูตรสำเร็จจึงต้องมีการถกเถียงกันเพื่อให้ได้ความเหมาะสมที่สุด

นายปรัชญา ปิ่นแก้ว  ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องอาปัติ กล่าวว่า  หลังจากที่คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ได้มีมติไม่ให้จัดฉายภาพยนตร์เรื่องอาบัติ จึงได้มีการตัดต่อภาพยนตร์ใหม่ แต่ยังคงเนื้อหาเดิมไว้ และนำมาเสนอใหม่ภายใต้ชื่ออาปัติ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องข้อกฎหมายที่ไม่สามารถเสนอชื่อเดิมที่ถูกสั่งห้ามฉายแล้ว จากนั้นได้นำมาเสนอให้คณะกรรมการตรวจพิจารณาใหม่  และเมื่อทราบว่า คณะกรรมการตรวจพิจารณาให้ผ่านแล้ว  ตนก็รู้สึกดีใจที่ภาพยนตร์ที่ตั้งใจสร้างครั้งนี้สามารถจัดฉายได้แล้ว ส่วนกรณีที่ยังใช้โปสเตอร์ชื่ออาบัติอยู่นั้น ตนจะรีบปรับเปลี่ยนเป็นชื่อและภาพเป็นอาปัติโดยเร็วเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม จากเดิมที่ไม่ได้ตั้งเป้ายอดรายได้จากการฉายเอาไว้แต่เนื่องจากขณะนี้กระแสของผู้ชมแรงก็คาดว่าจะสามารถทำได้รายได้มากกว่า30 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับต้นทุนการผลิต ทั้งนี้เริ่มรอบแรก16ต.ค.นี้รอบ20.30น.ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็ก

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 753